ข่าวดึก 7HD

รู้ตัวผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายแล้วกว่า 30 คน

ประเด็นนี้ได้รับการเปิดเผยจาก พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่าผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่การชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน และที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ทำให้ตอนนี้ตำรวจสามารถพิสูจน์ตัวบุคคลที่ทำผิดที่หน้ารัฐสภาได้จำนวน 14 คน และที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จำนวน 17 คน ข้อหาหลักที่เข้าข่ายจะต้องถูกดำเนินคดี ได้แก่ ข้อหามั่วสุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ทำให้เสียทรัพย์, ทำร้ายร่างกาย, พยายามฆ่าและข้อหาอื่นๆ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวน จะทยอยออกหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาได้   

ส่วนเหตุการณ์ที่มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงในพื้นที่ชุมนุมรอบๆ รัฐสภา ขณะนี้ได้สอบปากคำผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คนครบแล้ว ก็พบว่าเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่ม แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเหตุที่ถูกยิงเกิดจากความตั้งใจหรือเป็นการป้องกันตัวของผู้ก่อเหตุ ต้องตรวจสอบวิถีกระสุนและพยานหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมอีก   

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนและนักเรียนในวันพรุ่งนี้ ตำรวจบอกว่ายังไม่ได้รับแจ้งขอจัดการชุมนุม ส่วนการจัดเตรียมกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยจะเน้นใช้ชุดควบคุมฝูงชนที่เป็นตำรวจหญิงเป็นหลัก เนื่องจากผู้ที่มาร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน เยาวชน และเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันให้มากที่สุด  

และวันนี้ได้มีกิจกรรมทำความสะอาด, ทาสีรั้วและป้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงลบคำและข้อความที่ไม่เหมาะสมออกจากพื้นที่สาธารณะ โดยสมาชิกเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งรวมตัวกันไปทำกิจกรรมกว่า 100 คน  โดยทางเครือข่ายเปิดเผยว่าหลังจากนี้หากมีการชุมนุมและเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกก็จะรวมตัวมาทำกิจกรรมในลักษณะนี้ทุกครั้ง

การชุมนุมครั้งนี้มีกลุ่มคนร่วมชุมนุมที่ยังอายุน้อย ยังเป็นนักเรียน แพทย์ได้ออกมาแนะการเลี้ยงลูก Gen-Z ต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นเด็ก Gen นี้ โดยพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรใช้วิธีอบรมลูกในรูปแบบเดิมที่เป็นการสั่งสอนหรือบังคับให้เชื่อ ให้ทำตาม ต้องมีเวทีเสรีภาพในบ้าน เพื่อเปิดโอกาสพูดคุย

เด็กยุคใหม่หรือเด็ก Gen-Z หมายถึงเด็กที่เกิดในปี 2538 ขึ้นมา โดยเด็กยุคนี้กล้าคิดกล้าแสดงออก ไม่ชอบการบีบบังคับฝืนใจ ทำให้การเลี้ยงดูเด็กยุคนี้ต้องเปิดใจพูดคุยกัน รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันอย่างสันติตามหลักการสิทธิเด็กขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN ที่ระบุไว้ 4 หลักการ ซึ่ง 1 ในนั้น คือ การให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม มีสิทธิในการแสดงความเห็น

ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรมและกุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น กล่าวว่าเด็กในวัยนี้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว มักจะซึมซับและเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวไวกว่า Gen อื่น จึงกลายเป็นเด็กที่กล้าแสดงออกกล้าเจรจา และตามที่เห็นการรวมตัวกันของเด็กบางกลุ่มออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ก็เป็นสิทธิพื้นฐานที่เด็กสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งหากจะจัดการกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงหลักการสิทธิเด็กเป็นสำคัญ และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี หันหน้าคุยกันอย่างมีเหตุและผล ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ Gen ไหน ก็ต้องเคารพความคิดเห็นของกันและกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง