เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ตร.เผย 5 เงื่อนไขการชุมนุมกลุ่มนักเรียนเลว ห้ามออกนอกพื้นที่สี่แยกราชประสงค์

เมื่อช่วงเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา (21 พ.ย. 63) รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงแนวทางการดูแลและการจัดจราจรกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมนักเรียนเลว นัดรวมตัวทำกิจกรรมที่แยกราชประสงค์ ในวันนี้ (21 พ.ย. 63)

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่าได้จัดกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยรองรับการชุมนุมของนักเรียนเลว ซึ่งตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งจัดการชุมนุมต่อ สน.ลุมพินี ด้านถนนเกสร ถึงห้างบิ๊กซีราชดำริ เพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของเด็กและสตรีในสังคม

โดยตำรวจได้รับทราบและกำหนดเงื่อนไขชุมนุม 5 ข้อ คือ
1. ควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ตามที่แจ้ง ไม่ให้ไปที่อื่น
2. ห้ามใช้ป้ายข้อความหมิ่นประมาท ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย
3. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมไปพื้นที่อื่น
4. ใช้เครื่องขยายเสียงตามที่กำหนด ระดับเสียงสูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบล และไม่เกิน 70 เดซิเบล ตลอดการชุมนุม
5. การชุมนุมต้องเป็นไปอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีและละเมิดสิทธิผู้อื่น

โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้แบ่งพื้นที่ 2 จุด ควบคุม คือ ช่วงแยกราชประสงค์ ถึงราชดำริ เป็นพื้นที่ตำรวจนครบาล 5 ส่วนถนนพระรามที่ 1 ถึงฝั่งห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นพื้นที่ของตำรวจนครบาล 6 ที่จะเข้าดูแล

ด้านรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามเคลื่อนตัวไปจุดอื่นและการใช้ข้อความในลักษณะดูหมิ่นสร้างความเกลียดชังแตกแยก รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียสร้างเฟคนิวส์หรือข่าวปลอมให้สังคมเกิดความแตกแยก

นอกจากนี้พลตำรวจตรีปิยะ ยังกล่าวถึงการเตรียมดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่แยกเกียกกาย ว่าเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ไปสำรวจความเสียหายของรถยนต์ในราชการตำรวจที่ถูกทำลาย และแจ้งความต่อตำรวจท้องที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนนี้รู้ตัวบุคคลที่ทำลายรถเจ้าหน้าที่แล้ว กำลังจะออกหมายเรียกรวมถึงหมายจับ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวลือการออกหมายจับผู้ชุมนุมวันที่ 17-18 พฤศจิกายน ตามกฎหมาย มาตรา 112 รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าหากมีการกระทำผิดเข้าข่ายข้อใด พนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียก และหากมีพฤติกรรมหลบหนีก็จะขอหมายจับ โดยยืนยันว่ากฎหมายมาตรา 112 ยังคงบังคับใช้ได้อยู่ เพราะเป็นสถาบันที่ทุกคนเคารพรัก ตำรวจคงไม่หนักใจ แต่ยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย ยึดหลักนิติรัฐ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ควบคู่กันไป อะไรที่จะลุกลามบานปลายเราจะถอย 1 ก้าว ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี

ส่วนกรณีการใช้สารเคมีฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าอุปกรณ์ที่ใช้ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและยึดตามมาตรฐานสากล การผสมสารเคมีเป็นด้วยระบบเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำไปใส่ไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ ต้องผสมตามสัดส่วน ยืนยันว่าทั้งตำรวจซึ่งเป็นต้นทาง และนักข่าวรวมถึงผู้ชุมนุมที่เป็นปลายทาง ก็ได้รับอันตรายเท่าๆ กัน

สำหรับการชุมนุมในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ กำลังรวบรวมข้อมูลและรอการประชุมอีกครั้ง ซึ่งจากสถานการณ์การชุมนุมในปัจจุบันมีการแจ้งจัดการชุมนุมมากขึ้น ประเมินว่าหากการชุมนุมในประเทศจะสามารถยกระดับให้เทียบเท่าอารยประเทศ โดยตั้งจุดคัดกรอง จุดพิสูจน์บุคคล จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและทำความสะอาด เช่น ยุโรปหรือเกาหลีได้ จะเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญโดยแท้จริง อาจจะใช้สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่จุคนได้เยอะหรือสนามกีฬาธูปะเตมีย์ โดยไม่ต้องมานั่งที่อยู่ที่แยกราชประสงค์