7HD ร้อนออนไลน์

ตร.เตือนผู้ชุมนุมที่ถนนอักษะ ห้ามเข้ารัศมีเขตพระราชฐานเด็ดขาด และเตรียมแจงสารเคมีในน้ำฉีดสกัดผู้ชุมนุมในสัปดาห์หน้า

เวลา 13.00 น.วันนี้ (22 พ.ย. 63) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)พร้อม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงแนวทางการดูแลและการจัดจราจรกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวทำกิจกรรมนิทรรศการงานเฟสติวัลรวมพลังประชาธิปไตย บริเวณถนนอักษะ ตั้งแต่เวลา 15.00น.เป็นต้นไป

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าวันนี้มีแจ้งการชุมนุม 2 กลุ่ม คือ 1.ภาคีนักศึกษาศาลายา แจ้งการชุมนุมกับ สน.ธรรมศาลา เพื่อจัดการชุมนุมที่ถนนอักษะถึงถนนอุทยานซอย 13 เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00น.เป็นต้นไป จนถึงเวลา 03.00 น. วันที่ 23 พ.ย. 63 โดยตำรวจกำหนดเงื่อนไขการชุมนุมดังนี้คือ 1.ให้ควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ในพื้นที่แจ้งชุมนุมเท่านั้น 2.ห้ามเคลื่อนย้ายพื้นที่ชุมนุมเด็ดขาด 3.ห้ามใช้ป้ายข้อความดูหมิ่นปลุกระดมยุยง 4.ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมไปจุดอื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้ 5.ห้ามใช้เครื่องเสียงตามที่กฎหมายกำหนดค่าสูงสุด 115 เดซิเบล และค่าเฉลี่ยตลอดการชุมนุมไม่เกิน 70 เดซิเบล และ 6.ให้ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่กระทบต่อความเรียบร้อยของบ้านเมืองและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้ การชุมนุมที่ถนนอักษะ ห้ามชุมนุมเกินระยะ 150 เมตรจากเขตพระราชฐานเด็ดขาด

กลุ่มต่อมาคือกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย แจ้งการชุมนุมกับ สน.พระราชวัง ตั้งแต่เวลา 12.00-19.00 น.โดยพบปะพูดคุยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปาท้องชาวบ้านที่หน้าร้านแม็คโดนัลด์ ก่อนเดินไปแยกคอกวัว โดยกำหนดเงื่อนไขดังนี้คือ ให้อยู่บนทางเท้าร้านแม็คโดนัลด์ และเดินไปแยกคอกวัวบนทางเท้าโดยไม่ให้ลงผิวจราจรเด็ดขาด นอกนั้นเงื่อนไขเดียวกับกลุ่มแรก

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่าการชุมนุมที่ถนนอักษะ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่เวลา14.00น. เส้นทางที่จะได้รับผลกระทบคือ แยกถนนอักษะตัดถนนพุทธมณฑลสาย 4 แยกถนนอักษะตัดถนนเลียบคลองทวีวัฒนา และถนนเลียบคลองทวีวัฒนาไปจนถึงแยกบรมราชชนนี จึงขอให้ใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 3 สาย 4 สาย 5 และถนนบรมราชชนนี ส่วนแยกตัดถนนอักษะกับเพชรเกษมยังคงใช้ได้ตามปกติ อีกจุดที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คาดการณ์ว่าการเดินเท้าไปแยกคอกวัว อาจเกิดผลกระทบด้านจราจร ฉะนั้นขอให้เลี่ยงไปใช้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือไปตามถนนเจ้าฟ้าทางขวา และถนนอัษฎางค์ทางซ้าย

ต่อมาในช่วงตอบคำถาม พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าสำหรับการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรที่แยกวังแดง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ได้ประชุมเตรียมการเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ ทั้งนี้ตำรวจยังไม่ขอศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวต่อแกนนำผู้ชุมนุมบางส่วน

“ส่วนการแจ้งข้อหาผิด ม.112 ยังต้องดูตามพฤติการณ์และบริบทของผู้ชุมนุมหากเข้าข่ายก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามนั้น ยืนยันว่าตำรวจต้องให้ความเป็นธรรม และการแจ้งข้อกล่าวหานี้จะต้องพิจารณาระดับกองบัญชาการเท่านั้น ส่วนการเตรียมออกหมายเรียกผู้ชุมนุมที่รัฐสภา แยกเกียกกาย และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น สน.บางโพ สน.เตาปูน และ สน.ปทุมวัน กำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคลจะมีคนผิดมากกว่า 30 รายหรือไม่ ตัวเลขไม่สำคัญ สำคัญที่คนกระทำผิด เชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าเบื้องต้นความผิดแบ่งเป็นหลายส่วน สำหรับผู้ชุมนุม เข้าข่ายผิดฐานจัดการชุมนุมโดยมิชอบ บางส่วนสมคบกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อย ส่วนที่ปราศรัยที่พาดพิงผิดฐานหมิ่นประมาท อีกส่วนที่ทำลายสิ่งของและกล้องวงจรปิด ฐานทำให้เกิดความเสียหายซึ่งทรัพย์สินเอกชน ทรัพย์สินราชการ และทรัพย์สินสาธารณะ

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่าแม้แจ้งการชุมนุมแล้ว แต่หากมีการกระทำใดเข้าข่ายความผิดอื่นๆ ตำรวจยังคงต้องพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเช่นทุกครั้ง จึงขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีมีแกนนำผู้ชุมนุมแจ้งว่าถูกเจ้าหน้าที่ติดเครื่องจีพีเอสไว้ใต้ท้องรถนั้น ยังไม่ได้รับรายงานเพราะรถส่วนใหญ่ก็ติดอยู่แล้ว ตำรวจไม่จำเป็นต้องตามขนาดนั้น เรามีวิธีการอยู่แล้ว สำหรับสารเคมีในการฉีดน้ำนั้น สัปดาห์หน้าจะมีการชี้แจงจากผู้จัดซื้อจัดหาและผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าขั้นตอนทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าเขตแนวที่ห้ามไว้ แต่ยอมรับว่าสารเคมีนั้นมีผลกระทบแน่นอน แต่จะเป็นผลข้างเคียงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับบุคคล สำหรับอาการบาดเจ็บก็ต้องไปดูในส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะรับผิดชอบอย่างไร หากผู้ชุมนุมจะฟ้องร้องเราก็ไม่ตัดสิทธิ์ เพราะที่ผ่านมายังมีการฟ้องร้องในส่วนอื่นๆ ด้วย อีกทั้งก่อนการใช้ก็ฝึกซ้อมจนชำนาญ ตำรวจทำตามขั้นตอนแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง