ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดสกลนคร

เวลา 10.10 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ที่กองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ ที่โรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ซึ่งทรงรับเข้าโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ เมื่อปี 2562 โดยกิจกรรมตามเป้าหมายหลักทั้ง 8 ด้าน ประสบผลสำเร็จดี โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ศึกษาต่อร้อยละ 75

ส่วนการบริหารจัดการน้ำตามโครงการจัดการแหล่งน้ำช่วยเหลือโรงเรียน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่าขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริ จัดสร้างสถานีสูบน้ำ ส่งน้ำจากอ่างห้วยไร่ เข้าสู่ระบบผลิตประปาโรงเรียน เพื่อใช้อุปโภค บริโภค, การเกษตร และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้หลังโรงเรียนกว่า 200 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งศึกษาพันธุ์ไม้ของนักเรียนและชุมชน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรผลงานของนักเรียนที่เข้าแข่งขันทักษะทางวิชาการ เช่น การเขียนเรียงความ "โครงการแบ่งปันประสบการณ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19", งานแกะสลักผักผลไม้ ที่สามารถพัฒนาฝีมือไปสู่การฉลุลายไม้จากเศษวัสดุ

นอกจากนี้ ได้ทอดพระเนตรร้านค้ากิจกรรมออมทรัพย์ และหลักสูตรวิชาหลักการสหกรณ์ มีสหกรณ์จังหวัด และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ช่วยคิดพัฒนาหลักสูตร เปิดสอนนำร่องในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ได้แสดงบทบาทสมมติในที่ประชุม มีหัวข้อปัญหา และวาระให้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เป็นการเรียนรู้เรื่องหลักประชาธิปไตย ความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ และอยู่อย่างพอเพียง ในการนี้มีพระราชดำริให้ขยายผลสู่ชุมชนให้ถ่ายทอดเรื่องบัญชีต้นทุน บัญชีครัวเรือน เพื่อเป็นความรู้พื้นฐานในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ ทรงเปิด อาคารญาณรัตนากร ใช้จัดการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 โดยได้พระราชทานชื่ออาคาร และพระราชทานพระราชานุญาต ให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร โรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียน 1,560 คน จัดการศึกษาแบบสหศึกษา สอน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จำนวน 35 ห้องเรียน, หลักสูตรการจัดการเรียนการสอนตามกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ 3 ห้องเรียน และหลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ห้องเรียน โดยสอนเพิ่มเติมวิชาคอมพิวเตอร์ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร วิชาการป้องกันการทุจริต วิชาเกษตรกรรม และหลักการสหกรณ์ ทุกระดับชั้น และโรงเรียยน ได้แบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่โรงเรียน 185 ไร่, พื้นที่ป่าโรงเรียน 214 ไร่ เป็นป่าปกปัก ที่ทรงให้อนุรักษ์ไว้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ ให้นักเรียนได้เรียนรู้ และให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยวันนี้ได้จัดกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ทอดพระเนตร ได้แก่ การปลูกป่าเพิ่มเติม, การศึกษาสรรพคุณและความหลากหลายของพืชและสมุนไพร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นชาตามคุณสมบัติที่ให้สีแตกต่างกัน เช่น ชาไพลิน จากดอกอัญชัน และผลมะตูม, ชาทับทิม จากกระเจี๊ยบ, การทำลูกประคบสมุนไพร, การสำรวจชนิดของเห็ดรา และแมลงกินได้ในพื้นที่ป่ารอบโรงเรียน, การจัดทำแอปพลิเคชันสำรวจพรรณไม้ ซึ่งเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในปี 2563

เวลา 14.58 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการจัดหาแหล่งน้ำช่วยเหลือโรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวานรนิวาส โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ได้มีพระราชดำริให้จัดหาแหล่งน้ำให้โรงเรียนฯ เนื่องจากขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยกรมชลประทานได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยซวง พร้อมระบบท่อสูบน้ำ ความยาว 2,672 เมตร และบ่อพักน้ำ ความจุ 112.50 ลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างท่อส่งน้ำ ความยาว 2,913 เมตร เพื่อส่งน้ำให้แปลงเกษตรของราษฎร และสระเก็บน้ำของโรงเรียนฯ พร้อมปรับปรุงสระเก็บน้ำของโรงเรียนให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น ความจุ 4,600 ลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างระบบกรองน้ำผิวดิน 1 แห่ง แล้วเสร็จเมื่อปี 2562 สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนได้เพียงพอตลอดทั้งปี และส่งน้ำให้แก่ราษฎรในพื้นที่ได้อีก 470 ไร่ โดยมีพระราชดำรัสให้กลุ่มผู้ใช้น้ำช่วยกันดูแลรักษาและใช้น้ำร่วมกันระหว่างโรงเรียนและกลุ่มเกษตรกร เพื่อลูกหลานในชุมชนต่อไป

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมและทรงติดตามความก้าวหน้าการจัดการศึกษาของโรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2519 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ปัจจุบันมีนักเรียน 577 คน ในการนี้ ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีและขับร้องประสานเสียงประกอบการรำของนักเรียน ชุดนารีรัตนามหาดุริยางค์, นิทรรศการสืบสานตำนานผ้าไหมย้อมคราม และกิจกรรมห้องสมุด ที่ผ่านมา โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้นักเรียนได้รับรางวัล เช่น รางวัลเหรียญทองกิจกรรมการประกวดเพลงคุณธรรม, รางวัลเหรียญทองกิจกรรมการแข่งขันการสร้างอุปกรณ์เพื่อให้บริการ, รางวัลเหรียญเงินกิจกรรมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง และรางวัลเหรียญเงินกิจกรรมการแข่งขันสร้างการ์ตูนแอนิเมชัน

ในการนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศต่าง ๆ ได้แก่ "ผลงานมีชีวิต" จัดแสดงกิจกรรมแกะสลัก การจัดสวนแบบชื้น และมาลัยริบบิ้น, "บ้าน วัด โรงเรียน" จัดแสดงแบบจำลองปั้นดินน้ำมัน จำลองวิถีชีวิตของคนในชุมชน และ "โครงการเกษตรคุณธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ที่ส่งเสริมการเกษตร สร้างอาชีพและรายได้ควบคู่คุณธรรม ให้นักเรียนเก็บผลผลิตจากแปลงเกษตรและจ่ายค่าตอบแทนตามความสมัครใจ จากนั้นทรงเยี่ยมราษฎรอำเภอวานรนิวาสและใกล้เคียงที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด