7HD ร้อนออนไลน์

สมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม ยอมรับผิดพลาดทางวิชาการ ตรวจโตรโซเดียมฟอสเฟตคิดว่าเป็นยาเค

เวลา 10.55 น. วันนี้ (24 พ.ย. 63) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อชี้แจงกรณีที่พบความคลาดเคลื่อนผลการตรวจสอบสารเคมีที่เก็บในโกดัง จังหวัดฉะเชิงเทรา น้ำหนักรวมกว่า 11.5 ตัน โดยยืนยันผลการตรวจสอบชุดหลัง ที่ได้รับรายงานจากห้องทดลองปฏิบัติการว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต ทำให้ต้องเชิญ 3 หน่วยงาน คือ ป.ป.ส. กองพิสูจน์หลักฐาน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เข้าตรวจสอบยืนยันอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าของกลางทั้งหมดเป็นยาเสพติดหรือไม่ จำนวนมากน้อยเท่าใด

จากการหารือกับตัวแทนหลายหน่วยงานคาดว่าต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ ในการตรวจสอบของกลางอย่างละเอียด จึงได้เสนอให้รอบแรกแบ่งตรวจสอบของกลางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เบื้องต้นในสัปดาห์นี้ ส่วนที่เหลือค่อยทยอยตรวจสอบภายหลังให้ครบทุกหน่วยงาน ส่วนผลความผิดพลาดที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องใหม่ทางวิชาการ ที่สารดังกล่าวเมื่อนำเข้าชุดตรวจสอบแล้วได้ผลลัพธ์ว่าอาจเป็นสารเสพติด หลังจากนี้ต้องมีการสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อหาข้อสรุปจากความผิดพลาดต่อไป

ขณะที่ตัวแทนจาก ป.ป.ส. ยืนยันว่าในวันที่มีการตรวจสอบของกลาง มีการใช้ชุดทดสอบจาก 2 หน่วยงาน คือ ของ ป.ป.ส. และกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งผลลัพธ์ออกมาสอดคล้องกันว่าอาจเป็นยาเสพติด ประกอบกับที่มาของคดีนี้ เกิดจากการจับกุมยาเสพติดในไต้หวัน และบ่งชี้ว่าของกลางมาจากการเก็บรักษาในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทำให้เข้าใจว่าของกลางที่ตรวจพบเป็นยาเสพติดจริง อย่างไรก็ตามในการแถลงข่าวในวันที่มีการจับกุม วันที่ 12 พ.ย. 2563 ได้ใช้การตั้งข้อสังเกตและระบุชัดเจนว่า ของกลางที่ตรวจพบอาจเป็นเคตามีน ส่วนสารไตรโซเดียมฟอสเฟต แม้ว่าจะมีลักษณะทางกายภาพคล้ายกับเคตามีน แต่ยืนยันได้ว่าไม่สามารถนำไปใช้สกัดเป็นสารตั้งต้นยาเสพติดได้ และหากนักวิชาการใดที่สนใจอยากขอตรวจสอบของกลางซ้ำ ก็สามารถติดต่อไปที่ ป.ป.ส.ได้

สำหรับการตั้งชุดคณะกรรมการตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งประชาชน หากการวิพากษ์วิจารณ์นั้นระบุแค่เฉพาะตัวรัฐมนตรี หน่วยงานกระทรวงยุติธรรม หรือ ป.ป.ส. ก็พร้อมยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ควรเชื่อมโยงหรือพาดพิงถึงบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบก่อนการดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลังจากที่จบเรื่องนี้ทั้งหมดก็จะมีการพิจารณาอีกครั้ง ว่าต้องดำเนินการหรือมีบทลงโทษใดกับทางเจ้าหน้าที่ด้วยหรือไม่ ส่วนเรื่องการสร้างความมั่นใจกับประชาชนยอมรับว่า ในระยะนี้อาจมีผลกระทบอยู่บ้างแต่ก็เชื่อว่าเป็นเพียงส่วนน้อย และการตรวจสอบหาสารเสพติดต่างๆ ก็ต้องมีการตรวจพิสูจน์ซ้ำอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาด