ข่าวในพระราชสำนัก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และทอดพระเนตรการดำเนินโครงการพัฒนาสระบ่อดินขาว ที่จังหวัดนครสวรรค์

วานนี้ ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าป่า ณ วัดช่องแค หลวงพ่อพรหม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อนำปัจจัยไปสมทบทุนในการทำนุบำรุงวัดแล้ว ทรงติดตามการให้บริการของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน พร้อมทั้งทรงเยี่ยมผู้ป่วยที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 9 ราย โดยเป็นโรคเกิดจากพันธุกรรม เช่น โรคทางสมอง โรคหัวใจ โรคตับ และถุงน้ำดี ที่ต้องรักษาต่อเนื่อง และมีค่าใช้จ่ายสูง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งที่จะช่วยเหลือให้ดีที่สุด และพระราชทานค่าใช้จ่ายในการเดินทาง กับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในกรณีมีการรักษาเกินสิทธิ์เบิกจ่าย นอกจากนี้ ทรงมีพระราชปณิธานที่จะขยายขีดความสามารถของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน โดยได้พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ไปตรวจรักษาราษฎร พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ราษฎรได้เข้าถึงการแพทย์การสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิกาญจนบารมี จัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยเครื่องเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ Mammagram และจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจหาก้อนเนื้อที่เต้านมด้วยตนเอง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานในการช่วยเหลือราษฎรในทุกพื้นที่ ทรงศึกษาหาแนวทางในการพระราชทานความช่วยเหลือทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข

ในการนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น ซึ่งราษฎรต่างเปล่งเสียงถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวล ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายราษฎร พร้อมทั้งทรงมีพระราชปฏิสันถาร กับผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิ่งของ และผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างใกล้ชิด โดยไม่ถือพระองค์ ราษฎรบางส่วนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งในการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าหน้าที่กองแพทย์หลวง และสมาชิกจิตอาสา นำพิมเสนน้ำ และผ้าเย็นพระราชทานไปแจกจ่ายให้กับราษฎร จำนวน 30,000 ชุด เพื่อช่วยบรรเทาอากาศร้อน ซึ่งราษฎรต่างเก็บสิ่งของพระราชทานไว้บูชาด้วยเป็นของพระราชทานที่มีคุณค่าทางจิตใจ รวมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานปรุงอาหารสุกใหม่ พระราชทานอาหารและน้ำดื่มแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าเป็นล้นพ้น

เวลา 19.43 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังสระบ่อดินขาว ตำบลพรหมนิมิต ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการพัฒนาสระบ่อดินขาว ซึ่งเดิมเป็นแหล่งดินขาวที่นำมาใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ โดยปี 2458 บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ได้เข้ามาขุดดินขาวจากที่ดินตำบลช่องแค เมื่อเลิกการขุด ทำให้พื้นที่บ่อดินขาวเป็นแอ่งกักเก็บน้ำ ทั้งจากน้ำฝนและน้ำที่ไหลจากทางน้ำธรรมชาติในฤดูน้ำหลาก

สระบ่อดินขาว มีความจุ 160,000 ลูกบาศก์เมตร ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงรับน้ำหลากจากเขาวง มีพื้นที่รับน้ำกว่า 4 ตารางกิโลเมตร โดยนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่แปลงเกษตรของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำนวน 766 ไร่ มีประชาชนเช่าที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำการเกษตรรอบสระบ่อดินขาว 1,647 ครัวเรือน รวม 630 ไร่ พืชที่นิยมปลูก อาทิ ข้าวโพด มันแกว และหอมหัวใหญ่ ปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำถูกกั้นกลางด้วยถนนและทางรถไฟสายเหนือ

ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานความร่วมมือพัฒนา "บ่อดินขาว" โดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ รวมทั้งพัฒนาพื้นที่สระบ่อดินขาวให้เป็นพื้นที่แก้มลิง สามารถกักเก็บน้ำในฤดูฝน สำรองน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง บรรเทาปัญหาน้ำท่วม เพื่อเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนทั้ง 6 มิติ ได้แก่ ดิน, น้ำ, เกษตร, พลังงานทดแทน, ป่า และสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามภูมิสังคม ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า อย่างเป็นระบบ เกิดความมั่นคงด้านน้ำอุปโภคบริโภค และการเกษตร

โดยโครงการฯ มีแผนพัฒนาสระบ่อดินขาว 3 ระยะ ซึ่งแผนดำเนินงานระยะสั้น ปี 2563 ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขาวงและทางน้ำที่เชื่อมต่อคลองชัยนาท-ป่าสัก พัฒนาพื้นที่รอบสระบ่อดินขาว เพื่อสำรองน้ำก่อนหมดฤดูฝน โดยสร้างฝายชะลอน้ำ ปลูกป่าบนพื้นที่เขาวง และปลูกพืชแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่วนแผนดำเนินงานระยะกลาง ปี 2653-2565 ดำเนินการแล้วร้อยละ 50 มีการพัฒนาสำรองน้ำอุปโภคบริโภค การเกษตรให้เพียงพอ โดยดำเนินงานระบบถังสำรองน้ำพร้อมจ่าย การจัดการน้ำชุมชน และทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ และแผนดำเนินงานระยะยาว ปี 2565-2568 จะขยายการดำเนินงานระบบถังสำรองน้ำพร้อมจ่าย การจัดการน้ำชุมชน และทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริให้เต็มทั้งพื้นที่

โอกาสนี้ ทรงปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดลงในสระบ่อดินขาว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลาสร้อยขาว และปลากะโห้ เพื่อให้เป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหาร และสร้างรายได้แก่ราษฎร จากนั้น ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ เป็นระยะทางกว่า 400 เมตร เป็นราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำในสระบ่อดินขาว อาทิ หมู่ที่ 1 บ้านบ่อดินขาว หมู่ที่ 2 บ้านสะพานสาม ตำบลพรหมนิมิต และหมู่ที่ 7 บ้านไผ่ล้อม เทศบาลตำบลช่องแค ซึ่งทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ข้าวโพดหวาน หอมหัวใหญ่ มันแกว และผักชี ใช้น้ำในสระบ่อดินขาว โดยสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ นำน้ำมากักเก็บเข้าถังและจ่ายน้ำให้แปลงเกษตร สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของประชาชนบ้านบ่อดินขาว ที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เวลา 20.49 น. เสด็จพระราชดำเนินถึงยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 4 ทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ และใกล้เคียง ที่ไปรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ตั้งแต่เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงยังจังหวัดนครสวรรค์ โดยมิได้ย่อท้อต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน ราษฎรต่างพร้อมใจเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” อย่างต่อเนื่อง ด้วยต่างปลื้มปีติที่ได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด และต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใย และพระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งในยามปกติสุข และในยามที่ทุกข์ยากเดือดร้อน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปฏิสันถาร และทรงโบกพระหัตถ์ให้กับราษฎร จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ แล้วประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 21.21 น.

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด