สนามข่าว 7 สี

เปิดปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่าย 'หนูเฉิน' นักค้ายาเสพติดรายใหญ่

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่าย "หนูเฉิน" นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดทรัพย์จากผู้ร่วมขบวนการรายสำคัญได้เกือบ 200 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขอให้ทางการประเทศเพื่อนบ้าน อายัดเงินอีกกว่า 2,000 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ ตำรวจและหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดของนาย "หนูเฉิน" หรือ นายฐาปนันทน์ ธรรมรัตน์ธาดา นักค้ายาเสพติดรายใหญ่แถบพื้นที่ด้านตะวันตก โดยเข้าค้นเป้าหมายที่จังหวัดเชียงใหม่, ตาก, นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร รวม 13 จุด เพื่อจับกุมนายหนูเฉิน และนางสาวหลิน ชาล์ ผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งจากปฏิบัติการดังกล่าว ตำรวจพบตัวนางสาวหลิน ชาล์ ที่โรงไม้ของบริษัท ซันเดย์ เวิลด์ เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ที่ย่านมีนบุรี จึงควบคุมตัวไว้และจากการเข้าตรวจค้นภายในโรงไม้ และบ้านพักของนางสาวหลิน ชาล์  2 หลัง ที่ย่านลาดพร้าวและย่านคันนายาว พบเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยกว่า 90 ล้านบาท, เงินฝากในบัญชีธนาคาร, บ้านและโฉนดที่ดิน 2 แปลง, ไม้แปรรูป และรถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่ากว่า 186 ล้านบาท จึงอายัดไว้ตรวจสอบ

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่าการเข้าตรวจค้นที่โรงไม้แห่งนี้ เนื่องจากพบว่านางสาวหลิน ชาล์ ซึ่งเป็นคนสนิทของนายหนูเฉิน และเป็นผู้ที่ทำหน้าที่จัดการด้านการเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด มีการเช่าโรงไม้ไว้ทำธุรกิจบังหน้า เพื่อฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด

ส่วนการลักลอบนำเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ที่เชื่อว่าได้จากการค้ายาเสพติด ออกไปฝากไว้ในธนาคารในประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีทั้งการโอนผ่านบัญชีตามปกติ และแปลงเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อให้มีจำนวนของธนบัตรน้อยลง และลักลอบส่งเป็นเงินสดออกไป ซึ่งได้มีการประสานกับทางการเมียนมา เพื่ออายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ตรวจสอบแล้ว

สำหรับการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด และยึดทรัพย์ขบวนการของนายหนูเฉิน สืบเนื่องจากเมื่อกลางเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตำรวจ สภ.พระวอ จังหวัดตาก ได้จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ 2 คน และยึดไอซ์น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม หรือ 1.5 ตัน จากนั้นมีการขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการไว้ 9 คน จับได้ 7 คน และหลบหนีไป 2 คน ต่อมา 1 ในผู้ที่หลบหนี คือ นายชนะ มินา ได้ลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในไทย จึงถูกจับกุมตัวไว้ได้ และมีการสอบขยายผลต่อไปจนทราบว่านายทุนเจ้าของยาเสพติด คือ นายหนูเฉิน จึงนำมาสู่การจับกุม และยึดทรัพย์ในครั้งนี้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตามจับกุมตัว นายหนูเฉิน และ นายยง วงศ์สว่างกุล ที่ยังหลบหนีอยู่