7HD ร้อนออนไลน์

ยึดยาบ้า 4.5 ล้านเม็ด หลังทะลักเข้าอีสาน

26 พ.ย. 63 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นายสุวิทย์ จันทร์หวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ รอดน้อย ผบ.ร้อย ตชด.237 อ.ท่าอุเทน นาวาเอกสุรศักดิ์ สุวรรณเกษา ผบ.นรข.เขต นครพนม พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวน นครพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว ตชด. 237 อ.ท่าอุทน จ.นครพนม ฝ่ายปกครอง นรข. และชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม แถลงการณ์ตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 4,550,000 ล้านเม็ด บรรจุในห่อกันชื้น มีตราสัญลักษณ์ ภาษาจีน 5 ดาว สีแดง และยังมีสัญลักษณ์ เลข 9 สามตัว สีน้ำเงิน และ สีแดง 

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ คาดว่า เป็นยาบ้า ที่มาจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ที่มีการลักลอบลำเลียงขนส่งมาจากชายแดนภาคเหนือ หลังเจ้าหน้าที่มีการเข้มงวดปิดด่านชายแดน ช่วงโรคโควิด-19 ระบาด จึงพยายามลักลอบนำเข้าในพื้นที่ชายแดนอีสานแทน และมีการจับกุมล็อตใหญ่ บ่อยครั้ง ส่วนราคาซื้อขาย จะมีราคาซื้อขายไม่ต่ำกว่าเม็ดละ 50-100 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ มีการตรวจสอบทางเคมี ยืนยันมีสารเสพติด 100 เปอร์เซ็น

สำหรับการตรวจยึดครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนส่งยาบ้า มาในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม จึงระดมกำลังทุกภาคส่วนลงพื้นที่สกัดกั้นปราบปรามจับกุม จึงสามารถตรวจยึดยาบ้าของกลางทั้งหมดได้  หลังขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีการลักลอบลำเลียงยาบ้า มาทางเรือหางยาว เข้ามาพักไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตพื้นที่ บ้านหาดทรายเพ ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ตรวจสอบพบยาบ้า จำนวน 13 กระสอบ แต่เข้าสกัดตรวจยึดไว้ได้ ส่วนผู้กระทำผิดไหวตัวหลบหนีทัน อยู่ระหว่างการเร่งขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

ด้าน นายสุวิทย์ จันทร์หวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้พื้นที่ชายแดน จ.นครพนม พบว่ามีการลักลอบขนส่งยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน ในการวางมาตรการสกัดกั้นปราบปราม ทำให้มีการจับกุมบ่อยครั้ง ซึ่งจะต้องเข้มงวดมากขึ้น ที่สำคัญจะต้องสร้างความร่วมมือ กับภาคประชาชน ในพื้นที่ชายแดน ในการแจ้งเบาะแสหาข่าว โดยในการจับกุมหลายครั้งที่ผ่านมา ถือว่าได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ ในการแจ้งเบาะแส จนสามารถจับกุมได้  อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ จะต้อง วางมาตรการทุกรูปแบบ ไม่ให้มีการทะลักเพิ่มขึ้น รวมถึงการสืบสวนเชิงลึก ขยายผลสู่เครือข่ายในพื้นที่ ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า รายย่อย และรายสำคัญ เพื่อตัดวงจรการค้า