ประเด็นเด็ด 7 สี

ตัวแทนการ์ดอาชีวะแจงเหตุยิงกันหลังการชุมนุมหน้า ธ.ไทยพาณิชย์ ยืนยันผู้ก่อเหตุไม่ใช่การ์ด

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตัวแทนการ์ดอาชีวะ แจงเหตุยิงกันหลังการชุมนุมกลุ่มราษฎรที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อวานนี้ (25 พ.ย.) ยืนยันผู้ก่อเหตุไม่ใช่การ์ดอาชีวะ พร้อมติงเจ้าหน้าที่หาข้อมูลให้ละเอียด ก่อนให้ข่าว

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา นายเกวลัง ธัญญเจริญ หัวหน้าการ์ดภาคีประชาชน หรือ เก่ง อาชีวะ และ บก.เอ็ม ปลดแอก ออกมาชี้แจงกรณีที่ นายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะ ถูกกลุ่มการ์ดอาชีวะรุมทำร้ายหลังก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง และยิงปืนใส่กลุ่มการ์ดอาชีวะ จนทำให้นายประภากร ศักดิ์ศรีเท้า อดีตนักศึกษาอาชีวะสถาบันแห่งหนึ่งย่านปทุมธานี บาดเจ็บสาหัส บริเวณคอมมิวนิตีมอลล์ อเวนิว รัชโยธิน ถนนรัชดาภิเษก

นายเกวลัง เปิดเผยว่า ระหว่างนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลได้สอบถามผู้ก่อเหตุว่ายิงปืนทำไม ซึ่งผู้ก่อเหตุได้อ้างตัวว่าเป็นการ์ดอาชีวะเช่นกัน แต่เขายืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่การ์ด เพราะทีมงานไม่เคยพบ และหากเป็นการ์ดจริงต้องสวมปลอกแขน แต่ผู้ก่อเหตุไม่มี และไม่สวมเสื้อสถาบัน มีเพียงเอกสารประจำตัว บัตรประชาชนเท่านั้น หากไม่มีปลอกแขน เราจะมีสัญลักษณ์ที่รู้กัน โดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อสร้างความกลมกลืนกับกลุ่มผู้ชุมนุม บางทีมอาจสวมริบบิ้น ริสแบรนด์ หรือสร้อย เพื่อเป็นจุดสังเกต

นอกจากนี้ยังชี้แจงอีกว่าก่อนเกิดเหตุยิงกัน มีคนเดินเข้ามาหาเรื่องกลุ่มคนเจ็บ จนมีการปะทะคารมกันก่อน จนคนที่มาหาเรื่องเกิดการชกต่อยกับการ์ดอาชีวะ กระทั่งมีคนร้ายขว้างระเบิดเข้ามา จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็วิ่งถอยออกมาเพื่อเปิดแนวยิง ซึ่งหลังเกิดการยิงกลุ่มผู้ก่อเหตุคนอื่น ๆ ได้วิ่งหนีหายไปหมด เหลือเพียงคนถูกรุมทำร้าย

ซึ่งกรณีที่ตำรวจออกมาระบุว่าเป็นการทะเลาะกันเองระหว่างนักเรียนอาชีวะนั้นมองว่าไม่ถูกต้อง ตำรวจควรสืบสวนให้ชัดเจนก่อนจะให้ข่าวกับสื่อ เรามีความชัดเจนว่าสถาบันไหนเข้ามาบ้าง ไม่เข้าใจว่าตำรวจรวบรวมข้อมูลได้ละเอียดแล้วหรือไม่ ซึ่งหากเป็นนักเรียนอาชีวะจริงและมีเรื่องส่วนตัวกัน เมื่อพบกันในงานก็ต้องทะเลาะกันแล้ว แต่กลับเป็นการรอให้คนบางตาก่อนจะก่อเหตุ

พร้อมทั้งได้เป็นตัวแทนกลุ่มการ์ดอาชีวะขอโทษสื่อมวลชน หลังมีการกระทบกระทั่ง เนื่องจากได้สั่งการให้เปิดพื้นที่เพื่อนำคนเจ็บออกมา เป็นความผิดพลาดที่ดันสื่อออกไป อาจเกิดจากอารมณ์ที่เราต้องการคุมมวลชนที่กำลังโมโห และคนที่ผลักอาจไม่เห็นบัตรสื่อ เพราะพื้นที่เกิดเหตุค่อนข้างมืด จึงอาจเกิดจากความเข้าใจผิดกัน