เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ไทม์ไลน์หญิงไทยติดเชื้อโควิด-19 ที่เชียงใหม่ ลักลอบเข้ามาจากเมียนมา

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้ (28 พ.ย.) ว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 5 คน รวมยอดติดเชื้อสะสม 3,966 คน รักษาหายกลับบ้านได้เพิ่ม 8 คน รวมรักษาหาย 3,798 คน ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 108 คน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต คงที่ 60 คน

สำหรับผู้ป่วยใหม่ 5 คน แบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ได้แก่ ชาวอินเดีย 2 คน เดินทางมาจากอินเดีย ชายไทย 2 คน เดินทางมาจากฟิลิปปินส์ และสวีเดน คนสุดท้ายเป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี ลักลอบเข้ามาจากเมียนมาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่แถลงข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 42 เพิ่ม 1 คน เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี มีประวัติเดินทางเข้ามาในไทยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งเริ่มมีอาการไข้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน และตรวจพบเชื้อวันที่ 26 พฤศจิกายน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว โดยได้ทำการสอบสวนโรค และติดตามตัวผู้สัมผัสใกล้ชิด มาเข้าสู่กระบวนการกักตัวเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ย.) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นหญิงอายุ 29 ปี ในจังหวัดเชียงใหม่ว่า หญิงคนดังกล่าวพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และสังเกตว่าตัวเองมีอาการป่วย จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ด้วยอาการจมูกไม่ได้กลิ่นและปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ออกมาเป็นบวก และถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์

ขณะที่ไทม์ไลน์ของหญิงไทย อายุ 29 ปี พบว่าเดินทางมาจากเมียนมา โดยก่อนหน้านี้เดินทางและอาศัยอยู่ฝั่งเมียนมากว่า 1 เดือน ตั้งแต่ 24 ตุลาคม ถึง 23 พฤศจิกายน โดยวันที่ 24 พฤศจิกายน เวลา 05.00 น. เดินทางเข้าประเทศไทย ทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นั่งรถตู้โดยสารเข้าจังหวัดเชียงใหม่ และใช้บริการแกร็บคาร์กลับคอนโดฯ ที่พัก

ช่วงกลางคืนวันเดียวกัน ใช้บริการแกร็บคาร์ ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านสันติธรรม กับเพื่อน 2 คน มีการสูบบุหรี่ร่วมกัน และดื่มสุรา จากนั้นพักค้างคืนที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งของเพื่อนชาย มีเพื่อนมาร่วมดื่มสุราด้วย

วันที่ 25 พฤศจิกายน ใช้บริการแกร็บคาร์จากคอนโดฯ ของเพื่อน เพื่อกลับคอนโดฯ ตนเอง จากนั้นใช้บริการแกร็บคาร์ไปห้างสรรพสินค้า มีกิจกรรมชมภาพยนตร์ ทานอาหาร เดินซื้อของ ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยเป็นส่วนใหญ่แต่ไม่ตลอด

วันที่ 26 พฤศจิกายน ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น และถ่ายเหลว วัดอุณหภูมิ 36.9 องศาเซลเซียส จึงส่งต่อตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ และวันที่ 27 พฤศจิกายน ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19

สำหรับการสอบสวนพบมีผู้สัมผัสทั้งหมด 326 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 105 คน เป็นผู้สัมผัสในชุมชน และยานพาหนะ ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำมี 149 คน เป็นผู้สัมผัสในชุมชน และบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนผู้สัมผัสอื่นๆ อีก 72 คน เป็นผู้ที่อยู่ร่วมกับคอนโดของผู้ป่วย โดยประชาชนในกลุ่มเสี่ยงให้ติดต่อสาธารณสุขจังหวัดเพื่อตรวจหาเชื้อ

นายแพทย์โสภณ ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นการติดเชื้อจากเมียนมา เนื่องจากอยู่เมียนมา ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม ถึง 23 พฤศจิกายน และมีอาการไข้ ปวดศีรษะเล็กน้อย ถ่ายเหลว ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้ป่วยได้ซื้อยาไข้มารับประทานเอง ซึ่งผู้ป่วยรายนี้มีปริมาณเชื้อในระดับกลางถึงมาก โอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้สัมผัสใกล้ชิดมีโอกาสสูง หากมีการสัมผัสน้ำลายผู้ป่วยในระยะใกล้ชิด

โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ กลุ่มผู้สัมผัสในสถานบันเทิง เนื่องจากสภาพแออัดและใกล้ชิดกัน ทั้งนี้ต้องรอประเมิน 5-7 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของเชื้อ มีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มเติม

ทั้งนี้ต้องรอให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการสอบสวนโรค ว่าหญิงรายนี้เข้ามาทางช่องทางใด ซึ่งปกติหากกลับเข้าประเทศถูกกฎหมาย จะต้องเข้าสถานที่กักตัว 14 วัน จึงฝากเตือนไปยังประชาชนที่พบเห็นบุคคลกลับมาจากต่างประเทศ แต่ไม่ผ่านการกักโรคครบ 14 วัน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่อาจเป็นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าจุดเสี่ยงพื้นที่ชายแดน อาจพบการติดเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด