ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความคืบหน้าโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เวลา 10.17 นาที วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความคืบหน้าโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ หรือ กพด. ณ โรงเรียนบ้านผาเยอ ตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเปิดสอนชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 105 คน เข้าร่วมโครงการฯ เมื่อปี 2562 ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียน อาทิ การฝึกอาชีพ มีการแปรรูปกล้วยน้ำว้า และฟักทอง การสืบสานผ้าทอกะเหรี่ยงโปว์, ทำเครื่องประดับ สร้อยคอลูกปัด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า มีวิทยากรมาถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

ทั้งนี้ นักเรียนส่วนใหญ่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียน 10-15 กิโลเมตร และห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมย 94 กิโลเมตร พื้นที่โดยรอบเป็นหุบเขาสูงชัน การเดินทางค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างหอพักนักเรียนบ้านไกลพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือนักเรียน เป็นอาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น ปัจจุบัน โรงเรียนบ้านผาเยอ ใช้น้ำจากระบบประปาภูเขาจากบ่อน้ำซึมน้ำซับ มีระบบท่อส่งน้ำเข้าสู่ถังพักน้ำภายในโรงเรียน แต่เนื่องจากฤดูแล้งมีปริมาณน้ำน้อย และระบบท่อส่งน้ำชำรุด ทำให้มีน้ำไม่เพียงพอ ในการนี้ มีพระราชดำริให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับกรมชลประทาน กรมป่าไม้ และสำนักงาน กปร. พิจารณาจัดหาแหล่งน้ำให้โรงเรียนและราษฎร เพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตร พร้อมส่งเสริมให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ซึ่งในปี 2564 กรมป่าไม้ มีแผนส่งเสริมที่จะปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง บนเนื้อที่ 900 ไร่ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชน ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ส่งเสริมทักษะการเกษตรปลอดสารพิษ ปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่, ปลาดุก, กบ และเป็ด นำผลผลิตมาประกอบอาหารกลางวัน และนำความรู้ไปต่อยอดในครอบครัว และวางจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เน้นสอนการแจกลูกและสะกดคำ เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ใช้ภาษากะเหรี่ยงในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่มีตัวสะกด ทำให้ออกเสียงภาษาไทยไม่ชัดเจน โดยส่งเสริมทักษะการฟัง และการออกเสียงภาษาไทย ให้อ่านหนังสือให้ผู้ปกครองฟัง และจัดรายการเสียงตามสายทุกเช้า

เวลา 13.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนบ้านแม่แคะ ตำบลแม่สามแลบ ซึ่งเปิดสอนระดับอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 19 คน ครู 3 คน มีโรงเรียนสาขา คือ โรงเรียนบ้านแม่แคะน้อย นักเรียนเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ ในปีการศึกษา 2562 เริ่มดำเนินกิจกรรมตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น พึ่งพาตนเองได้ ที่ผ่านมา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้ทุกคน, การควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน มีการตั้งถังน้ำดื่มผสมสารไอโอดีนให้บริการนักเรียนทุกวันในช่วงกลางวัน และใช้เกลือไอโอดีนเป็นส่วนผสมหลักปรุงรสอาหาร พร้อมควบคุมไม่ให้มีอาหารรสจัด ซึ่งนักเรียนมีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีผู้พิการ, ด้านการเรียนการสอน ครูยังไม่เพียงพอ และบางระดับชั้นยังไม่มีนักเรียนเข้ารับการศึกษา จึงจัดการสอนแบบคละชั้น โดยนำนักเรียนระดับชั้นใกล้เคียงมาเรียนร่วมกัน การสอนลักษณะนี้ ทำให้นักเรียนในระดับชั้นสูงกว่าสามารถเป็นพี่เลี้ยงให้นักเรียนระดับชั้นต่ำกว่าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านการอ่าน-เขียน วิชาภาษาไทย และการฝึกอาชีพ ส่วนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลาง มีผลผลิตเพียงพอในการนำไปประกอบอาหารกลางวัน และยังให้นักเรียนนำกลับไปให้ผู้ปกครองประกอบอาหารอยู่เป็นประจำ ในการนี้ มีพระราชดำริให้ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน และสำนักงาน กปร. ร่วมกันจัดหาแหล่งน้ำโดยการก่อสร้างฝายต้นน้ำ พร้อมระบบส่งน้ำ บ่อเก็บน้ำ และระบบกรองน้ำ

จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ออกหน่วยบริการทางการแพทย์และทันตกรรมแก่ประชาชน มีผู้มารับบริการ 76 คน ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อและกระดูก โอกาสนี้ ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ตามพระราชดำริ ซึ่งกรมป่าไม้ ส่งเสริมให้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายสร้างป่าสร้างรายได้จนเกิดเป็นชุมชนเข้มแข็ง 11 กลุ่ม โดยส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกใช้สารอินทรีย์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร พร้อมปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นเกษตรแบบผสมผสานด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจแซมในพื้นที่ป่า อาทิ กาแฟ โกโก้ และแมคคาเดเมีย ส่วนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ กล้วยอบน้ำผึ้ง ปัจจุบัน มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 40,000-50,000 บาท

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด