สนามข่าว 7 สี

กล้าลองกล้าลุย : ลุยเบื้องหลังทีมงานรับจ้างตากข้าว จ.พิษณุโลก

กล้าลองกล้าลุย วันนี้ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ และทีมงาน พาคุณผู้ชมทุกท่านไปที่จังหวัดพิษณุโลก อีกหนึ่งแหล่งปลูกข้าวแห่งใหญ่ในประเทศไทย ปี ๆ นึงผลิตข้าวได้หลายล้านตัน มีเบื้องหลังอีกหนึ่งอาชีพที่เราไม่เคยรู้มาก่อน "อาชีพคนรับจ้างตากข้าว" รายได้ต่อคนต่อวัน ไม่ธรรมดา หน้าที่ของพวกเขาต้องทำอะไรบ้าง ไปติดตามชมพร้อมกัน ใน กล้าลองกล้าลุย

ในช่วงฤดูของการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี หลายพื้นที่เร่งมือกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ปีนี้ หลายคนบอกว่าราคาไม่ค่อยจะสู้ดีมากนัก สวนทางกับต้นทุน ที่สูงขึ้นทุกวัน แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าการทำนาก็ยังเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับชาวนามาอย่างยาวนาน

ข้าวที่เราเกี่ยวนวดได้ในวันนี้ มีอีกหนึ่งอาชีพคอยรับจ้างเฝ้าดูแลให้เรา คอยประคบประหงม ดูแลไม่ห่าง เรียกกันว่า "อาชีพคนรับจ้างตากข้าว" ที่วันนี้กล้าลองกล้าลุย พร้อมกับทีมงาน ขอพามาเกาะติดดูเบื้องหลังกัน

ซึ่งจุดเริ่มต้นของข้าว ก่อนที่จะนำไปตากได้ ต้องผ่านอาชีพนี้ก่อน "อาชีพคนรับจ้างเกี่ยวนวดข้าว" วันนี้เราพามาที่บ้านคลองอ้ายกาบ ในตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก แหล่งปลูกข้าวสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ในหมู่บ้านนี้ มีรถรับจ้างเกี่ยวนวดข้าวเกือบ 30 คันได้ แต่อันตรายมีอยู่รอบตัว โดยเฉพาะข่าวเศร้าที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้

อย่าง พี่ชัยยา ที่หลานเพิ่งเสียชีวิตไป บอกกับเราว่ารถเกี่ยวนวดข้าวจะมีสายพานอยู่รอบคัน และหลายจุด ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด และเมื่อทำความสะอาดรถเกี่ยวนวดข้าวเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็พร้อมลงพื้นที่ออกไปรับจ้างกัน

รถเกี่ยวนวดข้าว 1 คัน จะใช้คนทำงานแค่ไม่กี่คน พี่รณ คำรณ อ้นเนียม บอกว่า ต้องออกบ้านสายหน่อย เพื่อให้ความชื้นบนข้าว จากหมอก หรือน้ำค้าง เริ่มเบาลงก่อน แบบนี้จะเป็นผลดีกับคนจ้าง เพราะใช้เวลาตากน้อย และไม่มีความชื้นสะสม

พี่รณ คำรณ ทำอาชีพนี้มานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้คิวแต่ละวันแทบจะไม่ได้หยุดพัก เนื่องจากข้าวแก่จัดพร้อมกัน การจะจ้างงานบางทีอาจต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ ยิ่งช่วงนี้ทางภาคอีสานจะว่าจ้างทีมจากจังหวัดพิษณุโลกไปเกี่ยวข้าวกันหลายเจ้า ถือเป็นช่วงกอบโกย

การเกาะติดเบื้องหลังทีมรับจ้างเกี่ยวนวดข้าวของผมวันนี้ จึงทำได้เพียงนั่งให้กำลังใจ และศึกษาดูงานอยู่ด้านบน เพราะถ้าจะขับเองก็เกรงใจ อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ แต่ที่รู้ก็คือ เป็นการทำงานที่อาศัยทักษะ และประสบการณ์หลายอย่าง

ค่าจ้างสำหรับการมาใช้รถเกี่ยวนวดข้าวแบบนี้ จะอยู่ที่ไร่ละ 500 บาท สำหรับข้าวหอมมะลิ ส่วนข้าวชนิดอื่น อย่างเช่น ข้าว กข. จะอยู่ที่ไร่ละ 400 บาท ซึ่งราคานี้ จังหวัดอื่นอาจจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ในพื้นที่จะมีการว่าจ้างกัน

ความสะดวกของรถเกี่ยวนวดข้าว คือเราจะได้ข้าวเปลือกออกมาอย่างที่เห็น ซึ่งเมื่อลำเลียงใส่บนรถบรรทุกจนเต็มแล้ว จากนี้ก็พร้อมมุ่งหน้าไปยังลานตากข้าว ที่มีอีกหนึ่งอาชีพรออยู่

ทันทีที่รถบรรทุกข้าวเปลือกมาถึงยังลานตาก ทีมงานรับจ้างตากข้าวของ พี่เพชร น้ำเพชร บัวแย้ม จะเร่งมือทำงานกันทันที ลานตากที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ละคนจึงต้องหาวิธีเกลี่ยข้าวเปลือกให้โดนแสงแดดมากที่สุด เมล็ดข้าวเปลือกจะได้แห้งสม่ำเสมอกัน ไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ เป็นอาชีพที่หลีกเลี่ยงความร้อนไม่ได้ และที่สำคัญ ข้าวเปลือกทุกเมล็ดที่เขาเอามาว่าจ้างตาก จากนี้ไปต้องดูแลอย่างดี ห้ามให้ถูกขโมย หรือหายไป แม้แต่กระสอบเดียว ตลอดทั้งวันต้องจัดเวรยามคอยเฝ้าข้าวเปลือกไม่ให้ถูกขโมย และที่สำคัญ คือทุก 1-2 ชั่วโมง จะสลับกันมากลับข้าว เพื่อให้อีกด้านโดนแดดได้เต็มที่

กว่าข้าวเปลือกจะแห้ง บางทีอาจใช้เวลาตาก 2 วัน และเมื่อข้าวเปลือกแห้งได้ที่แล้ว ก็ต้องรวบรวมทุกเมล็ด เก็บใส่กระสอบเอาไปส่งให้กับคนว่าจ้างต่อ ค่าจ้างตากข้าวจะอยู่ที่ตันละ 600 บาท เบ็ดเสร็จวันนึงจะได้ค่าแรงเฉลี่ยคนละ 800 บาท บ้าง 900 บาทบ้าง ยิ่งช่วงไหนมีข้าวให้ตากเยอะ ก็จะได้ที่หลักพันบาทขึ้นไป แถมยังมีงานให้ทำทุกวัน อาศัยแค่ความขยัน และความอดทนก็พอ ซึ่งไม่ต่างกับคนรับจ้างเกี่ยวนวดข้าว ที่วันนี้เราเกาะติดตั้งแต่เช้า ยิงยาวจนถึงค่ำ ถือเป็นงานเบื้องหลังที่ถ้าเราไม่เลือกงาน เราก็จะไม่ยากจน

ช่วงกลางคืนจะทำงานยากกว่า เพราะต้องระวังหลุม บ่อ แต่ถ้างานเร่งมาก ๆ บางทีต้องเกี่ยวนวดข้าวไปจนถึงเที่ยงคืนเลยก็มี