7HD ร้อนออนไลน์

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ผิดในคดีพักบ้านหลวง

เวลา 15.00 น. วันนี้ (2 ธ.ค.63) ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ถึงความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ซึ่งคดีนี้ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นาฝ่ายค้าน ได้ยื่นร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นบ้านพักของราชการทหาร เป็นที่พักอาศัยของตนเองและครอบครัว ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2553 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าเช่าให้กับราชการทหาร ทั้งที่เกษียณอายุราชการมาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2557 อาจเข้าข่ายเป็นการรับประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 และเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้นำมาใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (5)

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระบุว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 เนื่องจาดเมื่อดูตามระเบียบของกองทัพบก พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีสิทธิในการพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบก  เพราะเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพบกและประเทศชาติ  จึงไม่ใช่การพักอาศัยในฐานะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงสถานะเดียว

ส่วนการที่กองทัพบก สนับสนุนค่าน้ำประปาและไฟฟ้า ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการพักอาศัยนั้น ก็ไม่ได้มีเพียงเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงรายเดียวเท่านั้น ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตรงนี้ แต่เป็นการดำเนินการตามระเบียบบ้านพัก ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่ได้เป็นการกระทำที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับผลประโยชน์อื่นใดที่นอกเหนือไปจากบุคคลอื่น ดังนั้นความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่สิ้นสุดลง

นอกจากนี้ เมื่อวินิจฉัยว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ พักอาศัยบ้านพักรับรองของกองทัพบก เป็นไปตามระเบียบของกองทัพบกแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นกรณีการถือประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เป็นการเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินเพื่อประโยชน์อื่นใด ที่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ และไม่เป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานจริยธรรม