ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่

เวลา 10.09 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 ฝาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงเปิดโรงคัดบรรจุและโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม โดยโรงคัดบรรจุ เป็นโรงสำหรับคัดคุณภาพผลผลิต เพื่อบรรจุผลิตภัณฑ์ดอยคำ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย มีพื้นที่ใช้สอยรวม 240 ตารางเมตร ได้แรงบันดาลใจจากอาคารบ้านเรือนในชุมชน มีความเรียบง่ายสะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ออกแบบและวางสายการผลิตให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกสุขลักษณะและป้องกันการปนเปื้อน ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติการที่ดีในการผลิตอาหาร GMP เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภค สามารถประยุกต์ใช้ได้กับผลผลิตหลายชนิด ส่วนโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม เป็นอาคารหลังคาโค้งคลุมพลาสติกแบบน็อกดาวน์ จำนวน 14 หลัง พื้นที่ 13 ไร่ เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในโครงการ "ยกระดับการแข่งขันในระบบธุรกิจเกษตร" ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนงบประมาณ เพื่อมอบให้กับกลุ่มเกษตรกรทำสวนโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำงอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้การผลิตสตรอว์เบอร์รี แบบ Smart Farmer โดยปี 2562 เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รี ในระบบการควบคุมแสง อุณหภูมิ ความชื้น การให้น้ำ และการให้ธาตุอาหารพืช โดยมีนักวิชาการโรงงานหลวงฯ และสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ คอยให้คำแนะนำ

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งวิจัยปรับปรุงพัฒนาพืชสายพันธุ์ท้องถิ่น และสายพันธุ์จากต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ สามารถต้านทานโรคและแมลง เน้นผลิตพันธุ์พืชที่ปลอดโรค สามารถลดต้นทุนทางด้านการเพาะปลูกแก่เกษตรกร โอกาสนี้ ทอดพระเนตรโครงการ "สร้างโลกสีเขียว" กิจกรรมแกะ ล้าง เก็บ โดยให้ลูกค้านำกล่องยูเอชที ที่ผลิตเป็นสินค้าของดอยคำออกสู่ตลาดปีละกว่า 60 ล้านกล่อง มาแลกเป็นส่วนลด แล้วนำกลับมารีไซเคิล พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในโรงงานหลวงฯ และมอบให้ชุมชน อาทิ พาเลท, เก้าอี้อเนกประสงค์, กรวยจราจร รวมถึง กระถางเพาะต้นไม้ในโรงเรือน

เวลา 14.25 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านขุนแม่หยอด อำเภอแม่แจ่ม ทรงติดตามการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ซึ่งทรงรับไว้ในโครงการฯ เมื่อปี 2562 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 117 คน มีนักเรียนพิการซ้ำซ้อน และบกพร่องทางการเรียนรู้ เรียนร่วมด้วย

โรงเรียนฯ ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา 2563 เน้นเทคนิค "แม่หยอดโมเดล" ในการใช้สื่อ 60 พรรษา, การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม, การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ในปีการศึกษา 2562 นักเรียนที่จบการศึกษาทุกคน เข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษา และวิทยาลัยการอาชีพ ด้านการเรียนการสอน ดำเนินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ในปีการศึกษา 2563 เช่น ให้ครูนำสื่อ 60 พรรษา มาใช้จัดการเรียนรู้ เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน ร่วมกับการใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ ส่งเสริมการใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม, ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์ มีพืชศึกษา คือ ต้นค้อ พรรณไม้ประจำถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ศึก เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินงานร่วมกับโรงเรียน ในพื้นที่แปลงปกปักป่าชุมชน บ้านแม่หยอด และพื้นที่โรงเรียน

ในการนี้ ทอดพระเนตรการดำเนินงานบ้านพักครูพระราชทาน, การดำเนินกิจกรรมบ้านพักนักเรียน "แบบพึ่งตนเอง" 5 ด้าน เช่น การจัดสภาพแวดล้อม, การดูแลความประพฤติ และการจัดกิจกรรมด้านต่าง ๆ โดยนักเรียนประจำหอพักยังคอยช่วยในโรงครัว ซึ่งประกอบอาหารตามโปรแกรม Thai Lunch School ตลอดจนการดำเนินงานระบบน้ำพระราชทาน จากเดิมใช้น้ำระบบประปาภูเขา โดยกรมชลประทาน ยังจะได้ก่อสร้างฝาย พร้อมระบบส่งน้ำ และถังเก็บน้ำที่โรงเรียน และบ้านแม่ขุนหยอด รวมทั้ง ก่อสร้างระบบส่งน้ำ และถังเก็บน้ำที่บ้านยอดไผ่

จากนั้น ทอดพระเนตรการดำเนินงานเกี่ยวกับไร่หมุนเวียน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอ ในการทำไร่บนวิถีแห่งการอนุรักษ์ป่า ใช้พื้นที่เพาะปลูกในช่วงเวลา 1 ปี จากนั้นจะหมุนเวียนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เพื่อให้พื้นที่เดิมได้พักฟื้น และสะสมแร่ธาตุอาหาร โดยวงจรการหมุนใช้เวลา 5-12 ปี ทั้งนี้ ระบบไร่หมุนเวียน ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2556 โรงเรียนฯ นำมาประยุกต์ใช้เป็นหลักสูตรท้องถิ่นวิถีวัฒนธรรมปกาเกอะญอ จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่วนกิจกรรมสหกรณ์ ได้รับการส่งเสริมเรื่องการรับซื้อผลผลิตจากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพื่อนำไปประกอบอาหาร ผ่านระบบสหกรณ์ และกิจกรรมร้านค้า มีร้านจำหน่ายกาแฟตาหลู่โค่ นักเรียนได้รับการส่งเสริมความรู้เรื่องการทำบัญชีรับ-จ่าย ด้วยสมุดบันทึกบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียง สามารถวางแผนการใช้จ่ายในชีวิตได้

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด