ประเด็นเด็ด 7 สี

มติศาลรัฐธรรมนูญเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ พลเอกประยุทธ์ พ้นผิดคดีบ้านพักหลวง [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ชี้กรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่บ้านพักรับรองในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เป็นไปตามระเบียบกองทัพ เนื่องจากเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ ขณะที่นักวิชาการชี้แม้พ้นผิด แต่อาจจะยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่จริยธรรม ติดตามในช่วงเจาะเกาะติดกับคุณธัญญารัตน์ ถาม่อย

จุดเริ่มต้นการตรวจสอบกรณีการอาศัยบ้านพักรับรอง ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายค้านเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล กระทั่งพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องผ่านประธานสภา ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยกล่าวหาว่าอาจเป็นการขัดกันของผลประโยชน์ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์อยู่ในบ้านพักทหาร โดยไม่จ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งที่เกษียณอายุราชการ ถือเป็นการรับประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐ และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

คดีนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง และเป็นประเด็นที่จับตามาจนถึงวันตัดสิน โดยคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ให้ความเห็นว่าจากพยานหลักฐานและการชี้แจงของกองทัพบก แม้ท้ายที่สุดพลเอกประยุทธ์จะรอดพ้นจากข้อกล่าวหา

แต่คดีนี้ก็จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญทั้งประเด็นการนำการทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง และนายกรัฐมนตรีอาจยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่จริยธรรม

กระทั่ง 15.00 น.วันนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระบุว่า ความเป็นรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170

ประเด็นแรก คือบ้านพักรับรอง และค่าน้ำค่าไฟ วินิจฉัยว่าพลเอกประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปีแรก ยังเป็นผู้บัญชาการทหารบกจึงมีสิทธิพักอาศัยในบ้าน พักรับรองและเมื่อเกษียณอายุ ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีสิทธิ เพราะเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ ซึ่งถึงแม้กองทัพบกจะกำหนดให้อาคารดังกล่าวเป็นบ้านพักรับรองในภายหลัง แต่เป็นการกำหนดโดยอาศัยอำนาจที่กระทำได้ การสนับสนุนค่าน้ำ-ค่าไฟ กองทัพบกพิจารณาตามความจำเป็น และไม่ได้ให้สิทธิแค่พลเอกประยุทธ์ ทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบกองทัพบก

ส่วนประเด็นด้านจริยธรรมร้ายแรง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ใช่การเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดและไม่ใช่การกระทำที่ขัดกันต่อประโยชน์ส่วนตน พลเอกประยุทธ์ ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงที่จะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดเช่นกัน

ด้านเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง ก็ออกมาระบุว่า ได้รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ต้องกลับไปหารือในพรรค เพราะมองว่าคำวินิจฉัยจะเป็นแนวทางให้องค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติตามได้