สนามข่าว 7 สี

ตร.เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีแก๊งทวงหนี้โหด กระทืบลูกน้อง อ้างยักยอกเงิน

ตำรวจสมุทรสาคร พาตัวผู้เสียหายที่ถูกนายจ้างแก๊งทวงหนี้นอกระบบทำร้ายร่างกาย ไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมเร่งรวมรวบหลักฐานดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย 

จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบทำร้ายร่างกายสมาชิกในแก๊งอย่างทารุณเผยแพร่ผ่านโซเชียล จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ตำรวจได้สืบสวนจนทราบแหล่งที่พักของแก๊งทวงหนี้ดังกล่าวแล้ว และได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยศรีสวัสดิ์ ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร แต่กลับไม่พบคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ ที่เป็นหลักฐานบ่งชี้ได้ โดยวานนี้ ( 2 ธ.ค.) ตำรวจได้เชิญชายอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอมาสอบสวน พร้อมพาไปชี้จุดเกิดเหตุที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น คล้ายห้องเช่า เนื้อที่ประมาณ 100 กว่าตารางวา มีกำแพงเป็นรั้วรอบขอบชิด

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเขาได้รับบาดเจ็บศีรษะบวม ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 3 วัน แต่หลังเกิดเหตุไม่ได้เข้าแจ้งความ และกลับไปทำงานต่อ จนกระทั่งได้รับเงินเดือนงวดสุดท้าย ก่อนจะขอลาออก กลับไปอยู่ภูมิลำเนาที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่หลังจากที่มีคลิปเผยเพร่ออกไป ยอมรับว่าตอนนี้ยังรู้สึกกลัว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ส่วนสาเหตุที่ถูกทำร้ายไม่ขอเปิดเผย

ตำรวจเปิดเผยว่า คลิปวิดีโอดังกล่าว เจ้าของบริษัทรับจ้างเก็บเงิน หรือแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ เป็นผู้ถ่ายไว้ เพื่อนำมาเปิดให้ลูกน้องดูไว้เป็นตัวอย่าง ว่าผู้ที่ถูกทำร้ายได้ยักยอกเงินของบริษัทไป แต่ต่อมาคลิปวิดีโอหลุดมาถึงบุคคลภายนอกจนมีการโพสต์ลงในโซเชียลดังกล่าว

ตำรวจได้สอบสวนผู้เสียหายถึงประเด็นการยักยอกเงิน ผู้เสียหายปฏิเสธ อ้างว่าเป็นการโยกสลับบัญชีลูกค้าที่รับผิดชอบ เนื่องจากบางรายเก็บเงินไม่ได้ จึงนำเงินของลูกค้าที่เก็บได้โอนสลับบัญชี เพื่อให้ผ่านตรวจสอบรอบบัญชี แต่มาถูกจับได้เสียก่อน ทำให้เจ้าของบริษัทไม่พอใจ และทำร้ายร่างกาย

เบื้องต้นผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว แต่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งตำรวจรับปากจะดูแลตามที่ผู้เสียหายร้องขอ ส่วนเรื่องการทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ จะต้องสอบสวนผู้เสียหายถึงความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกันในลักษณะใด หากพบว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีในส่วนนั้นด้วย แต่จะมีโทษหนักเบาต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลและหลักฐาน