สนามข่าว 7 สี

เมืองคอนอ่วม! น้ำท่วมขยายวงกว้าง ประกาศพื้นที่ประสบภัยทั้งจังหวัด

หลายจังหวัดทางภาคใต้ กำลังประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 23 อำเภอ นอกจากนี้โรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดเรียนชั่วคราว

น้ำท่วมขยายวงกว้าง ประกาศพื้นที่ประสบภัยทั้งจังหวัด จ.นครศรีธรรมราช
นี่เป็นความรุนแรงของน้ำป่าจากธารน้ำตกอ้ายเขียว ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนจะไหลทะลักท่วมพื้นที่ริมฝั่งน้ำในตำบลดอนตะโก อำเภอท่าศาลา และตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ส่วนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ถนนบางจุดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้โรงเรียนในอำเภอเมือง อำเภอทุ่งสง อำเภอลานสกา และอำเภอชะอวด ทยอยประกาศปิดเรียนชั่วคราว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 23 อำเภอ หลังน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ต่าง ๆ กระจายเป็นวงกว้าง

โดยพบว่าเมื่อวานนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตที่ราบสูง บริเวณเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช อำเภอนบพิตำ และเทือกเขาคีรีวง อำเภอลานสกา ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากทะลักลงมาตามแม่น้ำสายหลักและคลองต่าง ๆ หลากเข้าท่วมพื้นที่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เข้าท่วมถนนและบ้านเรือนจำนวนมาก

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ขนทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย และเตรียมอพยพหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

นอกจากนี้ น้ำยังท่วมรางรถไฟหลายจุด ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย งดเดินรถเส้นทางนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง ผู้ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยทางรถไฟให้ไปใช้บริการที่สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง ขณะที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชยังเปิดให้บริการตามปกติ ขอให้ผู้โดยสารวางแผนและเผื่อเวลาในการเดินทาง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเที่ยวบินที่สำรองที่นั่ง หรือการขึ้น-ลงของเที่ยวบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และความล่าช้าของเที่ยวบิน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ประชาสัมพันธ์ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

ขณะนี้พื้นที่นครศรีธรรมราช มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจำนวนมาก พื้นที่การเกษตรประสบภัยแล้วกว่า 302,000 ไร่ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 5 คน 

น้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จ.พัทลุง
ที่จังหวัดพัทลุง ชาวบ้านในหลายพื้นที่ต่างได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว อำเภอปากพะยูน และอำเภอควนขนุน ซึ่งปริมาณน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะน้ำป่าจากแถบเทือกเขาบรรทัดไหลลงมาสมทบ ขณะนี้ในพื้นที่บ้านควนกุฎ หมู่ 15 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง มีปริมาณน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ทหารและทีมกู้ภัยต้องเร่งนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่าย พร้อมอพยพผู้ประสบภัยบางส่วนออกจากพื้นที่น้ำท่วมสูง หมู่บ้านแถบนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ น้ำจะท่วมขังบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน อย่างน้อยนานเกือบ 1 เดือน ซึ่งมักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำ

นายกู้เกียรติ วงค์กระพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุงเริ่มคลี่คลาย แต่ก็ยังมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนใน 5 อำเภอริมฝั่งทะเลสาบสงขลา และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเร่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน พร้อมประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม

กรมอุตุฯ เตือน 10 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยฉบับที่ 13 เรื่องฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่ทะเลอันดามัน ในวันวันนี้ (3 ธ.ค.)

ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่มต่าง ๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ส่วนในวันนี้ (3 ธ.ค.) จะมีฝนตกหนักบางแห่งหลายจังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.)