เช้านี้ที่หมอชิต

ตรังอ่วม น้ำท่วม 4 อำเภอทะลักเข้าตัวเมือง เร่งระบายออกทะเล

เช้านี้ที่หมอชิต - จังหวัดตรัง อ่วมหนัก รับมวลน้ำ 2 ทิศทาง ท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ทะลักเข้าตัวเมืองตรัง ท่วมถนนหลายสาย เจ้าหน้าที่เร่งระบายออกสู่ทะเล

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดตรัง ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) ยังคงมีมวลน้ำไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด และมวลน้ำจากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ามาเอ่อท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดตรังอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา อำเภอห้วยยอด และพื้นที่ตัวเมืองตรัง

มีน้ำท่วมถนนหนทาง และบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบความเดือดร้อนอย่างหนัก มีปริมาณน้ำท่วมสูงในหลายจุด ขณะที่บางจุดมีความสูงเกือบ 2 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมกับขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เพื่อความปลอดภัย และอพยพสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ รวมถึงเคลื่อนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปไว้ในที่ปลอดภัย ขณะที่ล่าสุดอยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพัทลุง พบว่ามีพื้นที่ลุ่มต่ำถูกน้ำท่วมทั้งหมด 11 อำเภอ 65 ตำบล และ 644 หมู่บ้าน มีชาวบ้านประสบภัยได้รับความเดือดร้อนกว่า 34,200 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 85,000 ไร่

โดยมีจุดหนักสุดอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 5 อำเภอ มีน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน และพื้นที่อำเภอเมืองพัทลุง

ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่และเร่งด่วน และให้จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว เร่งอพยพชาวบ้านและขนย้ายสัตว์เลี้ยงในจุดที่มีน้ำท่วมสูงเพื่อความปลอดภัย พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว

ขณะที่เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน ได้ตรวจพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เร่งระบายมวลน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็ว โดยเฉพาะในจุดที่มีน้ำท่วมหนัก

ส่วนที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และหนักกว่าเดิม โดยได้นำถุงยังชีพ ยารักษาโรค มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อน พร้อมทั้งตั้งครัวสนาม ทำอาหารกล่องแจกจ่าย และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาในระยะนี้ ก็จะทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมขังลดลงตามลำดับ และกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เนื่องจากมีการเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา ฝั่งอำเภอควนเนียง อย่างต่อเนื่องแล้ว

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) ยังคงมีน้ำท่วมหนักใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอดอนสัก อำเภอท่าฉาง อำเภอวิภาวดี และพื้นที่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร - 1 เมตร โดยคาดว่ามวลน้ำจะขยายวงกว้างออกไปอีก 4-5 อำเภอที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกัน เช่น อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอไชยา เป็นต้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือผู้เดือดร้อน พร้อมสำรวจผลกระทบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยในครั้งนี้ต่อไป