เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รัฐแจก 3,000 บาท ช่วยชาวสวนยางพาราทางภาคใต้ ถูกน้ำท่วมจนเสียหาย

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ระบุว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางพาราที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ทั้งหมดกว่า 5,000,000 ไร่ เป็นเกษตรกรจำนวนกว่า 400,000 คน ขณะนี้ได้สั่งการให้ กยท.เขต และ กยท.จังหวัดในภาคใต้ เร่งสำรวจสวนยางพาราที่เกิดความเสียหายจากน้ำท่วม

ซึ่ง กยท. มีมาตรการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบอุทกภัยผ่านกองทุนพัฒนายางพารา โดยมีหลักเกณฑ์ คือ ต้องเป็นสวนยางที่ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน หรือได้รับความเสียหายในคราวเดียวกันไม่น้อยกว่า 20 ต้นต่อไร่ เกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท

ส่วนกรณีสวนปลูกแทนที่ประสบอุทกภัยซึ่งหากพบว่าเสียสภาพสวน จะให้ระงับการปลูกแทน โดยไม่เรียกเงินคืนในส่วนที่เสียหาย จากนั้นจึงอนุมัติให้การปลูกแทนใหม่ แต่ต้องไม่เกินเนื้อที่ที่ระงับการปลูกแทน

กรณีไม่เสียสภาพสวน ต้นยางหรือไม้ยืนต้นชนิดอื่น อายุไม่เกิน 2 ปีครึ่ง ได้รับความเสียหายหนัก ไม่สามารถค้ำยันได้ ต้องปลูกซ่อมเท่านั้น กยท. จะช่วยเหลือเป็นเงินค่าปลูกซ่อมครั้งเดียว อัตราต้นละ 45 บาท ส่วนต้นยางหรือไม้ยืนต้นชนิดอื่น ที่เสียหายเอนล้ม แต่สามารถตัดแต่งและค้ำยันให้ตรงได้ กยท. จะช่วยเหลือค่าค้ำยันครั้งเดียว โดยต้นยางที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีครึ่งขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี อัตราต้นละ 35 บาท และต้นยางอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป อัตราต้นละ 110 บาท

นายณกรณ์กล่าวว่า ต้นยางพาราเป็นพืชที่สามารถทนต่อน้ำท่วมขังได้พอสมควร ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุของต้นยาง ระดับน้ำและความยาวนานของน้ำที่ท่วมขัง ดังนั้นการฟื้นฟูสวนยางให้ดีขึ้น หลังจากน้ำลดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด กยท. แนะนำเกษตรกรสำรวจความเสียหายสภาพสวนยาง เพื่อหาแนวทางในการฟื้นฟูและจัดการสวนยางหลังถูกน้ำท่วม รวมถึงเฝ้าระวังเรื่องโรคยางพาราที่มากับช่วงหน้าฝน คือ โรคใบร่วงไฟทอฟธอรา (Phytophthora)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง