ประเด็นเด็ด 7 สี

รวบมือยิงพ่อค้าผลไม้ดับคาลานจอดรถสถานบันเทิง - ตร.เร่งสอบสวนขยายผล [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางยี่ขัน รวบคนร้ายก่อเหตุยิงพ่อค้าขายผลไม้ เสียชีวิตกลางลานจอดรถสถานบันเทิงชื่อดังย่านปิ่นเกล้าแล้ว หลังหนีกบดานในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อขยายผลหาปมเหตุสังหาร ติดตามในช่วงเจาะเกาะติดกับคุณไพจิตร ภานนท์

ราว 02.00 น. วันที่ 3 ธันวาคม ตำรวจนครบาลบางยี่ขัน พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์ เข้าตรวจที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า หลังรับแจ้งมีเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบศพชายนอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอกทะลุหลัง 2 นัด ทราบชื่อคือ นายดำรงค์ ทวีเขตต์ อายุ 49 ปี อาชีพพ่อค้าขายผลไม้

สอบสวนพยานให้ข้อมูลว่า ขณะที่สถานบันเทิงกำลังปิด ลูกค้าในร้านทยอยกลับ เห็นชายคนหนึ่งขี่จักรยานยนต์มาจอดที่ลานจอดรถ ระหว่างนั้นมีชายอีกคนเดินมา ทั้ง 2 คน มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด ชายคนที่ถูกยิงล้มลงไปกองกับพื้นและเสียชีวิต ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ข้อมูลจากการสืบสวนของตำรวจพบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุรู้จักกันมาก่อน  ทั้ง 2 คนมีปัญหาขัดแย้งกัน คืนเกิดเหตุบังเอิญมาเจอกันที่สถานบันเทิงเกิดเหตุ จนมีปากเสียง ตกลงปัญหาไม่ได้ ผู้ก่อเหตุจึงกลับไปนำปืนมาดักรอคู่กรณี และลั่นไกสังหาร 

ช่วงบ่ายวันนี้ (3 ธ.ค.) พนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุ คือ นายภูณพณษวัส สำเภาทอง อายุ 36 ปี 3 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยหลักฐานที่ตำรวจใช้ออกหมายจับครั้งนี้ คือภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพได้ชัดเจน

เพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลกับเราขณะมารับศพนายดำรงค์ที่โรงพยาบาลศิริราช บอกเพียงไม่รู้ว่า นายดำรงค์เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน แต่ยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องการพนัน ตอนนี้ยังไม่ทราบถึงสาหตุที่แน่ชัด ทางคดีให้เป็นหน้าที่ของตำรวจติดตามตัวคนร้าย

ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวนบางยี่ขัน แกะรอยล่าตัวคนร้าย โดยใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็สามารถจับตัวได้ระหว่างหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อขยายผล โดยผู้ต้องหาอ้างว่าหลังก่อเหตุนำปืนไปโยนทิ้ง ซึ่งตำรวจต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งก่อนจะมีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.)