เช้านี้ที่หมอชิต

ชาวบ้าน 2 อำเภอ จ.พัทลุง ริมทะเลสาบ ยังเดือดร้อนน้ำท่วมสูงไม่ลด

เช้านี้ที่หมอชิต - ชาวบ้าน 2 อำเภอ ของจังหวัดพัทลุง ริมทะเลสาบสงขลา ในพื้นที่อำเภอควนขนุน และอำเภอเมือง บางส่วนยังคงเดือดร้อน ระดับน้ำยังท่วมสูง ไม่ลดลง ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม 3 อำเภอ เริ่มคลี่คลายแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดพัทลุง ที่อยู่ริมทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว และอำเภอปากพะยูน พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้ว ส่วนพื้นที่อำเภอควนขนุน และอำเภอเมืองพัทลุง ระดับน้ำบางจุดยังทรงตัว ขณะที่บางจุดลดลงไม่มากนัก

เนื่องจากมีน้ำจากทะเลสาบสงขลาหนุนสูงอยู่ ทำให้ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่บ้านปากประ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน และที่ตำบลลำปำ พื้นที่ตัวเมืองพัทลุง 

โดยความคืบหน้าล่าสุดตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้(6 ธ.ค.)อาสากู้ภัยจังหวัดพัทลุง พร้อมเรือท้องแบน ได้นำข้าวกล่องพร้อมด้วยข้าวสารอาหารแห้ง ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนใน 2 อำเภอ

ภายหลังจากชาวบ้านที่นี่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ เพราะไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ เนื่องจากน้ำท่วมบ้านพักอาศัย ถนนหนทางถูกตัดขาดหลายวัน เนื่องจากได้รับน้ำมาจากสองฝั่ง ทั้งจากฝั่งเทือกเขาและฝั่งทะเลสาบสงขลา

ส่วนที่บ้านหัวป่าเขียว ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน เมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) เจ้าคณะอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล พร้อมด้วยคณะสงฆ์โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และคณะสงฆ์จังหวัดพัทลุง ได้นำถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง น้ำดื่ม และยารักษาโรคจำนวน 160 ชุด พร้อมทั้งหมี่ผัด จำนวน 600 กล่อง ลงพื้นที่แจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับญาติโยมที่ประสบภัยน้ำท่วมดังกล่าว

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดตรัง ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) พบว่ายังมีปริมาณน้ำท่วมขังใน 4 อำเภอ ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำที่อยู่ติดกับแม่น้ำตรัง ยังคงได้รับผลกระทบคือ อำเภอเมืองตรัง อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ และอำเภอกันตัง ส่วนอำเภอรัษฎา และอำเภอนาโยง ซึ่งอยู่ตอนบน สถานการณ์เริ่มคลี่คลายจนเกือบจะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

โดยพื้นที่ตัวเมืองตรัง พบว่าเจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังจากติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่หลายเครื่อง แม้ว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา จะไม่มีฝนตกก็ตาม แต่เนื่องจากมีมวลน้ำก้อนใหญ่มาจากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลมาสมทบกับน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด

ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่างของจังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำตรัง ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนอย่างหนักในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีคนจมน้ำเสียชีวิตแล้ว 1 คน เป็นชายอายุ 49 ปี ในพื้นที่ตัวเมืองตรัง ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยตรัง เมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) พบว่ามีปริมาณน้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำตรัง ไหลเข้าท่วมโรงเรียนมีความสูงอยู่ที่ 20-50 เซนติเมตร และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้มีการอพยพนักเรียนที่อยู่ในหอพักโรงเรียนกว่า 100 คน หนีน้ำท่วมออกจากโรงเรียนแล้ว พร้อมกับสั่งปิดโรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันนี้ (7 ธ.ค.) จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ได้สรุปข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 6 ธันวาคม หรือเมื่อวานนี้ พบว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากฝนตกหนักและน้ำท่วมทั้งหมดกว่า 30,000 ครัวเรือน หรือกว่า 50,000 คน จากพื้นที่ 17 อำเภอ 110 ตำบล 800 กว่าหมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 คน

โดยสถานการณ์ขณะนี้เริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่และกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วใน 4 อำเภอ คือ อำเภอพนม อำเภอบ้านตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอวิภาวดี

ส่วนอีก 13 อำเภอ ยังคงมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสองฝั่งแม่น้ำตาปี โดยมีบางจุดระดับน้ำเริ่มทรงตัว และมีบางจุดที่มีปริมาณน้ำท่วมสูงในระดับวิกฤตหรือประมาณ 1 เมตร 80 เซนติเมตร รวมถึงบนถนนสาย 4009 ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมาปิดกั้นปิดการจราจรชั่วคราว พร้อมติดป้ายประกาศไว้ ห้ามรถเล็กผ่านอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยวกราก โดยให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอำเภอเวียงสระ หรือถนนทางหลวงสาย 44 แทน