7HD ร้อนออนไลน์

รวบโจรเดนคุก! ก่อเหตุตระเวนลักพระเครื่องตามวัดดังนำไปขายในสนามพระ พบประวัติอื้อ

วันนี้ (17 ธ.ค.63) ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 ร่วมกับตำรวจสืบสวนนครบาล 9 และตำรวจสืบสวน สน.บางขุนเทียน นำกำลังจับกุมนายสมคิด แต้มงาม อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม และเป็นผู้ต้องหาคดีสำคัญ ที่ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์เงินสดตามตู้บริจาคกับพระเครื่อง ภายในวัดและศาสนสถานสำคัญหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสาคร นครราชสีมา และอีหลายพื้นที่ ได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง ซอยพระรามที่ 2 ซอย 59 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน พร้อมของกลางพระเครื่องของวัดหนังราชวรวิหารจำนวน 735 รายการ พระเครื่องวัดท่าไม้จำนวน 12 รายการ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังษี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จำนวน 169 รายการ พระเครื่องวัดไผ่ล้อมจำนวน 7 รายการ และเงินทำบุญวัดไผ่ล้อมจำนวน 4,553 บาท

จากการสอบสวนนายสมคิด ให้การยอมรับว่าเสพติดหนังแอกชันประเภทแต่งกายอำพรางโรยตัวเข้าโจรกรรมอย่างหนัก จนต้นปี 2559 ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล 8 และ ตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมตัวในข้อหาลักทรัพย์ หลังตระเวนปีนฝ้าเพดานร้านขายโทรศัพท์จำนวน 11 แห่ง แล้วโรยตัวเข้าไปโจรกรรมโทรศัพท์มือถือได้กว่า 200 เครื่อง จนได้ฉายาว่า “คิด สไปเดอร์แมน” ครั้งนั้นถูกศาลตัดสินจำคุก 8 เดือน และยังถูกอายัดตัวดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในท้องที่อื่นๆ ศาลตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 3 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อต้นเดือน ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา

“ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังได้รับอิสระออกจากเรือนจำ ตระเวนไปสำรวจลาดเลาตามวัดดังต่าง ๆ โดยใช้รถโดยสารสาธารณะเป็นยานพาหนะ ทำทีตีสนิทกับพระสงฆ์ที่ดูแลตู้วัตถุมงคลเพื่อจดรายละเอียดเกี่ยวกับพระเครื่อง แล้วจะย้อนกลับไปที่วัดในยามวิกาล ทำการงัดแงะหน้าต่าง ประตู เข้าไปลักทรัพย์พระเครื่องตามตู้ ขโมยเงินสดออกจากตู้บริจาค โดย 2 เดือน เข้าไปลักทรัพย์ในวัด 4 แห่ง ได้แก่ วัดหนังราชวรวิหาร กทม. วัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร มูลนิธิสมเด็จโต จ.นครราชสีมา และ วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ได้พระเครื่องมาเป็นจำนวนมาก แล้วนำออกไปเร่ขายให้กับพ่อค้าในสนามพระในราคาถูกกว่าท้องตลาด เงินที่ได้นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนเงินที่ได้จากการงัดตู้บริจาคนั้นก็ใช้กินเที่ยวเตร่ไปจนหมด เหลือแค่เศษเหรียญบาท 4,553 บาท ที่ได้มาจากตู้วัดไผ่ล้อมเท่านั้น” นายสมคิด กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะตำรวจเข้าจับกุมนายสมคิด พบโพยกระดาษเขียนด้วยลายมือนายสมคิดจำนวน 3 แผ่น ระบุข้อความในโพยระบุถึงพระเครื่องและของโบราณ ตามสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดเกือบทั่วประเทศ อาทิ วัดบวรมงคลราชวรวิหาร วัดประยุรวงศาวาส วัดช่องแค วัดทรงธรรม วัดไผ่โรงวัว วัดพระรูป วัดหูช้าง ฯลฯ และเมื่อสอบถาม นายสมคิด โดยนายสมคิดยอมรับว่ากระดาษดังกล่าว เป็นรายชื่อวัดที่บันทึกเอาไว้รอการไปสำรวจลาดเลา เพื่อก่อเหตุร่วมกันกับเพื่อนอีก 1 คน ที่กำลังรอพ้นโทษจากเรือนจำ โดยตำรวจชุดจับกุมได้ส่งตัวนายสมคิดพร้อมของกลาง ให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง