7HDร้อนออนไลน์

กรมป่าไม้เปิดยุทธการ "ชิงเก็บก่อน" รับซื้อใบไม้แห้งพันตัน ลดเชื้อเพลิงแก้ไฟป่า

วันนี้ (28 ธ.ค. 63) ที่โรงเรียนแม่แจ่ม ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นายวราวุธศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดโครงการลดปริมาณเชื้อเพลิงของกรมป่าไม้ โดยเปิดพร้อมกันใน 10 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นการเปิดยุทธการ “ชิงเก็บก่อน” เพื่อแก้ปัญหาไฟป่า

นายวราวุธ กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดมลพิษหมอกควัน เกิดอันตรายด้านสุขภาพอนามัย ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม การคมนาคม และการท่องเที่ยว ตลอดจนการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน จึงต้องเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมไฟป่าอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ ทส.โดยกรมป่าไม้ จึงมีมาตรการ  “ชิงเก็บก่อน” คือ การเก็บเศษใบไม้ที่จะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ หรือนอกเขตป่า

โดยร่วมบูรณากับทุกภาคส่วนและชุมชนในพื้นที่สามารถนำเศษใบไม้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น นำเอาใบไม้ไปบดอัดและเผาจนกลายเป็นถ่านอัดแท่ง หรือนำไปแปรรูปเป็นสินค้าชนิดๆ อื่น ขณะเดียวกัน ก็มีบริษัทห้างร้านเอกชนเข้ามาขอซื้อเศษวัสดุ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านสามารถนำไปขายสร้างรายได้ได้ ขณะเดียวกันเราก็สามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าไปด้วย

รมว.ทส. กล่าวต่อว่า หากทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ หรือพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า สามารถเก็บเชื้อเพลิงได้อย่างน้อยจังหวัดละ 100 ตัน ก่อนช่วงจะเกิดไฟป่า ในช่วงกลางเดือน ก.พ.ของทุกปี เชื่อว่าจะลดปัญหาการเกิดไฟป่า ลดปัญหาฝุ่นละอองจากหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ และจะสามารถลดการเกิดจุดความร้อน (Hotspot) ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 ตามเป้าหมายแน่นอน อีกทั้งยังสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเผาป่ามาสู่การใช้ประโยชน์จากป่าได้อย่างยั่งยืน

ด้านนายอดิศร นุชดำรง อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ ได้เตรียมพร้อมในทุกมิติของการปฏิบัติงานด้านการป้องกัน โดยจัดโครงการลดปริมาณเชื้อเพลิง ประจำปีงบประมาณ 2564 พร้อมกันใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ตาก และพิษณุโลก สำหรับพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า กรมป่าไม้ได้ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงใน 2 ระบบ คือ โมดิส(MODIS) และระบบเวียร์ (VIRS) มาวิเคราะห์พื้นที่สุ่มเสี่ยง

หากพบว่าพื้นที่ใดมีเศษวัสดุมีจำนวนมาก ก็จะให้เจ้าหน้าที่เร่งเข้าไปชิงเก็บเศษวัสดุก่อนเกิดช่วงไฟป่า นอกจากนี้ ยังดำเนินการมาตรการเชิงรุกด้วยการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การป้องกัน และควบคุมไฟป่าให้ประสบความสำเร็จ และเป็นการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ให้ชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของไฟป่า เกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้

ขณะเดียวกันยังทำให้เกิดความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในการดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมไฟป่า ชุมชนสามารถนำเชื้อเพลิงจากป่ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อลดต้นทุนการผลิตในภาคเกษตรกรรม และมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและควบคุมไฟป่าในพื้นที่อย่างจริงจังในช่วงวิกฤต ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมไฟป่า และช่วยให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าประสบผลสำเร็จ ทันต่อสถานการณ์