7HD ร้อนออนไลน์

อนุทินย้ำไม่ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถึงประเด็นเรื่องการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 โดยภาคเอกชน ระบุว่า “นโยบายวัคซีน 1.รัฐบาลไม่ผูกขาด 2.ไม่ปิดกั้นเอกชน”

ทั้งนี้ตนมอบให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีน ซึ่งเป็นคณะทำงานจัดหาวัคซีนที่ทำงานกันมาตั้งแต่กลางปี 2563 ชี้แจงให้ทราบความคืบหน้าทุกวัน และตอบทุกคำถาม เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข

โดยนโยบายที่ตนให้กับกระทรวงสาธารณสุข มาตั้งแต่ต้น คือ 1. รัฐบาล ไม่ผูกขาดการนำเข้าวัคซีน และเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนที่มีความพร้อม นำเข้าวัคซีนมาให้บริการแก่ประชาชน ได้ แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมายและไม่มีการโฆษณาให้จองซื้อ หรือ จ่ายเงินบางส่วนหรือเต็มจำนวน ในขณะที่ยังไม่มีวัคซีนพร้อมให้บริการ เนื่องจากผิดกฎหมาย ซึ่งโรงพยาบาลทราบดีอยู่แล้ว การจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชน ไม่น้อยกว่า 50% ของประชากรรวม ของรัฐบาล มีเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน และสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบสาธารณสุขของไทย จึงเป็นการให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

2.รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ยินดีและพร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โรงพยาบาล สถานพยาบาล บริษัท และสถาบันการศึกษา ผลิต จัดหาวัคซีน มาฉีดให้กับคนไทยในประเทศไทย ซึ่งสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดแรกๆ

ขณะนี้ อย.เปิดช่องทางพิเศษสำหรับการขึ้นทะเบียนวัคซีน มีบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าของอังกฤษ กำลังดำเนินตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนนี้  ส่วนบริษัท sinovac จากจีน อยู่ในระหว่างประสานงานเพื่อเตรียมขึ้นทะเบียน ขณะบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นๆ มีผู้แทนสอบถามเข้ามาแต่ยังไม่มีการดำเนินการ

ตนยินดีตอบทุกคำถาม เท่าที่จะตอบได้ แต่ขอความกรุณา อย่าตั้งข้อกล่าวหา ข้อครหา จนทำให้ทุกคนไม่กล้าตัดสินใจทำงานเพื่อส่วนรวม แล้วตัวเองต้องได้รับผลกระทบในอนาคต ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ทีมแพทย์ ต้องคิด ต้องตัดสินใจ ต้องทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะในรอบ 100 ปี ที่ผ่านมา เราไม่เคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์การระบาดใหญ่แบบนี้มาก่อน  ดังนั้นตนอยากจะขอความร่วมมือ ขอกำลังใจให้คนทำงานให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ทุกคนทำงานด้วยความมั่นใจ เพื่อความสำเร็จของประเทศ ไทย และความปลอดภัยของคยไทย