สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

เร่งตรวจผลลุงพล ป้าแต๋น เข้าเครื่องจับเท็จ

หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา  ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 ได้เชิญตัวนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น  ซึ่งเป็นลุงและป้าของน้องชมพู่  ไปสอบปากคำด้วยเครื่องจับเท็จ เพื่อพิสูจน์คำให้การคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่  โดยใช้เวลาการสอบปากคำยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง  และเสร็จสิ้นในช่วงกลางดึกคืนก่อน นั้น  

พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี    เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถสรุปผลการเข้าเครื่องจับเท็จได้ในทันที เนื่องจากต้องนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ   ว่ามีคำตอบใดมีพิรุธ หรือผิดปกติบ้างหรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบระยะหนึ่ง     อีกทั้งการใช้เครื่องจับเท็จ ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวลุงพล กับป้าแต๋นเท่านั้น   ยังมีพยานปากอื่น ๆ ที่ต้องเรียกมาสอบสวนด้วยเครื่องจับเท็จ ซึ่งก็จะทยอยเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก    ส่วนคำถามที่ใช้ในการสอบสวนเพิ่มเติม ก็มาจากคำให้การที่พยานรายนั้นเคยให้การไว้  เพื่อดูว่าคำให้การมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ยืนยันว่า  ตั้งแต่เริ่มคลี่คลายคดีนี้ ชุดทำงานไม่เคยสรุปว่าใครเป็นคนร้าย    ส่วนที่มีการเรียกแต่ผู้ที่ใกล้ชิดกับน้องชมพู่มาเข้าเครื่องจับเท็จ   ก็เนื่องมาจากข้อสันนิษฐานที่ว่า ผู้ที่จะพาน้องชมพู่ขึ้นไปบนภูเขาได้โดยที่เด็กไม่ต่อต้าน  ก็น่าจะมีแต่คนใกล้ตัวที่เข้าถึงน้องชมพู่ได้ง่าย  แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นคนร้ายอาจเป็นบุคคลภายนอกออกไป   และการเข้าเครื่องจับเท็จ ก็ไม่ใช่ตัวชี้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ต้องสงสัย หรือเป็นคนร้าย   ต้องมีหลักฐานอื่นมาประกอบด้วย และหลักฐานบางอย่าง ก็อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบในเชิงลึก   ซึ่งตำรวจต้องพิสูจน์ทุกประเด็นให้สิ้นข้อสงสัย  ภายในอายุความ 20 ปี

สำหรับพยานที่ถูกสอบสวนโดยเครื่องจับเท็จ  ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 7 คน   ทั้งหมดเป็นญาติ และคนใกล้ชิดกับครอบครัวของน้องชมพู่  ส่วนใหญ่ใช้เวลาสอบปากคำเฉลี่ยคนละ 1-4 ชั่วโมง  ส่วนลุงพล  ตำรวจใช้เวลาสอบปากคำไปกว่า 6 ชั่วโมง