สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : จับคนร้ายชิงทอง รับติดพนันออนไลน์

จากกรณีเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในจังหวัดชลบุรี โดยได้ทองคำไปทั้งหมด 30 บาท แต่ล่าสุดคดีนี้ผู้ต้องหาทนแรงกดดันของตำรวจไม่ไหว ได้เข้ามอบตัวแล้ว โดยรับว่าทำไปเพราะติดหนี้พนันออนไลน์ และจากพิษเศรษฐกิจถูกให้ออกจากงาน ไปลงสนามข่าวกับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

ไปย้อนเหตุการณ์ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทองตำหนักทอง 5 สาขาโลตัส พลัสมอลล์ อมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี บันทึกภาพ นายอุทิศ พวงทอง ขณะยืนทำทีเลือกซื้อทองจากพนักงาน หลังจากนั้นเมื่อสบโอกาสก็ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ แล้วฉกสร้อยคอและสร้อยข้อมือหนัก 30 บาท หลบหนี แม้ในภาพจะมีพลเมืองดีพยายามวิ่งไปช่วยจับคนร้าย แต่ก็ถูกชักปืนข่มขู่ จนต้องหลบเอาตัวรอด

คดีนี้ตำรวจได้หลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิด และโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายทำตกไว้ในจุดเกิดเหตุ ก่อนจะเริ่มแกะรอยจนรู้ว่าคือ นายสุทิน พนักงานขับรถของโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี จึงได้ขยายผลไปกดดันตามบ้านญาติ และบ้านเพื่อน จนสุดท้ายต้องตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี พร้อมของกลางปืนปลอมที่อ้างว่าใช้ก่อเหตุ และรถยนต์ที่ใช้หลบหนี

ต่อมาตำรวจได้สอบปากคำผู้ต้องหานานนับชั่วโมง เบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับที่ตัดสินใจลงมือก่อเหตุ เพราะติดหนี้พนันออนไลน์เป็นเงินหลายแสนบาท และจากพิษเศรษฐกิจถูกให้ออกจากงาน จึงตัดสินใจไปซื้อปืนปลอมมาลงมือก่อเหตุ หวังนำเงินไปใช้หนี้ และมาเลี้ยงครอบครัว และอยากขอโทษครอบครัวที่ทำผิดในครั้งนี้

ด้าน ตำรวจ ระบุว่า หลังคนร้ายก่อเหตุได้หลบหนีไปในหลายพื้นที่ เริ่มตั้งแต่การขับรถไปบ้านเพื่อนที่จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนจะหนีไปยังภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ และสุดท้ายลงมาที่บ้านญาติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ทนแรงกดดันของตำรวจไม่ไหว เพราะไม่มีใครให้ที่พักพิงจึงตัดสินใจมอบตัว ส่วนของกลางทองคำหนัก 30 บาท ผู้ต้องหาอ้างว่า 20 บาท ได้นำไปใช้หนี้กับเจ้าหนี้พนันออนไลน์แล้ว ส่วนอีก 10 บาท ได้นำไปแขวนไว้บนต้นไม้หลังบ้านอดีตภรรยา ตำรวจจึงไปตรวจสอบ ยึดสร้อยคอหนัก 10 บาท และสร้อยข้อมืออีก 5 บาท คืนมาได้ ก่อนจะนำไปให้ร้านตรวจสอบว่าเป็นทองที่ร้านจริงหรือไม่

หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกบริเวณหน้าร้านทองที่มายืนทำทีขอซื้อ และจุดที่สอง คือ จุดที่วิ่งหลบหนีออกไปจากห้างฯ ซึ่งมีชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก