เช้านี้ที่หมอชิต

พื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองปัตตานีอ่วม น้ำท่วมนองเป็นทะเล

เช้านี้ที่หมอชิต - พื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองปัตตานีอ่วม น้ำท่วมนองเป็นทะเล ภายหลังแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ริมตลิ่งบางจุดท่วมสูงเพิ่มอีกกว่า 1 เมตร

ที่บริเวณประตูเมือง พื้นที่เขตเทศบาลปัตตานี จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นถนนสายหลักย่านเศรษฐกิจของจังหวัดเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) พบว่า มีน้ำท่วมตลอดสาย ทำให้การจราจรติดขัด จนถึงตัวเมืองชั้นใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดและร้านค้าต่าง ๆ มีระดับน้ำสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร

เป็นผลมาจากปริมาณน้ำภายในแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับมีฝนตกลงมา และมีน้ำทะเลหนุนสูงในระยะนี้ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดปัตตานี ล่าสุด ยังคงน่าเป็นห่วง มีการปิดการจราจรบนถนนบางสายแล้ว และพบว่าพื้นที่บางจุดที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำปัตตานี มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีกกว่า 1 เมตร 

จากการสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ตัวเมืองปัตตานีในมุมสูง จะเห็นมีน้ำท่วมนองเป็นทะเลขยายวงกว้างออกไปหลายจุด รวมถึงย่านเศรษฐกิจต่าง ๆ ขณะที่บางพื้นที่ซึ่งถูกน้ำท่วมแล้ว ก็เจอน้ำท่วมซ้ำซากอีกเป็นครั้งที่สอง

ล่าสุด รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้สั่งการเจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งในจุดต่าง ๆ พร้อมเร่งระบายน้ำในเขตพื้นที่ตัวเมืองปัตตานี ลงสู่แม่น้ำปัตตานี และออกสู่ทะเลแล้ว โดยสามารถสูบน้ำได้ในอัตราการสูบน้ำที่ 28,000 ลิตรต่อนาที และ 50,000 ลิตรต่อนาที

ขณะที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ได้สนับสนุนเรือไฟเบอร์ จำนวน 20 ลำ พร้อมด้วยเรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ รถบรรทุกน้ำดื่ม และรถผลิตน้ำดื่มจำนวน 2 คัน เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดปัตตานี

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) พบว่า ปริมาณน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลงบ้างแล้ว มีผลมาจากเขื่อนบางลาง ได้ลดระดับการเปิดประตูระบายน้ำ ประกอบกับมีฝนตกน้อยลง ขณะที่ทางจังหวัดได้สรุปพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 5-9 มกราคมที่ผ่านมา

พบว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด 8 อำเภอ 55 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบความเดือดร้อนกว่า 17,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 คน บ้านเรือนเสียหายจำนวน 20 หลัง พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 5,200 ไร่ โดยพบสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วใน 3 อำเภอ รวม 34 ตำบล

ขณะที่ ล่าสุด เมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยรองผู้ว่าและคณะทำงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ตำบลท่าสาป พื้นที่ตัวเมืองยะลา พร้อมนำอาหาร น้ำดื่ม ขนม และยารักษาโรคมาแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน

ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สายคือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสุไหงโก-ลก เริ่มมีปริมาณลดลงตามลำดับ ส่งผลให้น้ำที่ท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 อำเภอลดลงตามไปด้วย แต่ไม่มากนัก

ขณะที่บางพื้นที่เช่น อำเภอตากใบ อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก ยังคงมีระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 เซนติเมตร โดยชาวบ้านยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ ต้องพักพิงในศูนย์อพยพชั่วคราวต่าง ๆ อีกระยะหนึ่ง