ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : แฉตำรวจรับส่วยบ่อนปีละ 2 หมื่นล้าน

การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบใหม่นี้ ต้นตอหลัก ๆ มาจากบ่อนการพนันในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่ลักลอบเปิดเย้ยกฎหมาย จึงปฎิเสธไม่ได้ที่ตำรวจจะไม่รู้เห็น และสิ่งหนึ่งที่ทำให้บ่อนเหล่านี้เปิดได้คือการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ โดย อาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ออกมาแฉมีตำรวจรับเงินจากบ่อนปีละเกือบ 20,000 ล้านบาท ไปติดตามกับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

เป็นข้อมูลของ อาจารย์สังศิต นักวิชาการ ที่ศึกษาเรื่องบ่อนการพนันมากว่า 30 ปี ระบุว่า พบลักลอบเปิดอยู่ในทุกจังหวัดมาช้านาน และสิ่งที่ทำให้บ่อนเหล่านี้อยู่คู่กับสังคมไทย คือ การจ่ายส่วยให้ตำรวจ ตั้งแต่ชั้นนายตำรวจผู้ใหญ่ระดับนายพล ลงมาถึงชั้นประทวน เป็นเงินมหาศาลมากน้อยแตกต่างกันไป

จากข้อมูลยังพบอีกว่าบ่อนที่มีการจ่ายส่วยให้ตำรวจมากที่สุด คือ บ่อนในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก ตามลำดับ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจดี การเล่นพนันก็มากตามไปด้วย จนกลายเป็นสาเหตุสำคัญในการระบาดของโรคโควิดระลอกใหม่ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง 

อาจารย์สังศิต ยังเปิดเผยอีกว่าปัจจัยที่เอื้ออำนวยในการรับส่วย เงินใต้โต๊ะ เกิดจากระบบข้าราชการไทยที่ล้าหลังไม่มีการปฏิรูป จึงเอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่ใช่แค่การใช้กฎหมายในการลงโทษกับเจ้าของบ่อนพนันและนักพนัน แต่ทางออกของเรื่องนี้คือการนำบ่อนเข้ามาอยู่ใต้กฎหมายให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

จากปัญหาบ่อนการพนันที่จังหวัดระยอง ที่บานปลายจนกลายเป็นแหล่งแพร่โรคโควิด-19 จนต่อมาบ่อนก็เริ่มถูกเปิดโปงออกมาต่อเนื่องจากนักพนันที่ยอมรับว่า แอบลักลอบไปเล่นอีกหลายบ่อนหลายพื้นที่ เรื่องนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า ตอนนี้พร้อมรับข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปตรวจสอบหาตัวเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และหากประชาชนมีข้อมูลก็สามารถแจ้งแบาะแสมาได้ หากพบการเรียกรับผลประโยชน์จริง ก็จะสั่งลงโทษทั้งวินัยและอาญา

เรื่องบ่อนการพนัน ดูเหมือนจะเป็นปัญหาโลกแตกที่ไม่เคยสามารถแก้ไขได้อย่างจริงจัง จะเห็นการจับกุมแต่เป็นเพียงผู้เล่น แต่เจ้าของตัวจริงที่เป็นนายทุนกลับล่องหน และสุดท้ายก็หวนกลับมาแอบลักลอบเปิดอีก