ประเด็นเด็ด 7 สี

รวบสองสามี-ภรรยาเร่ขายผลไม้บังหน้า ตระเวนลักทรัพย์ทั่วสงขลา ยึดของกลางนับพันรายการ

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจ สภ.คอหงส์ รวบสองสามีภรรยาตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านพักของชาวบ้าน ในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา โดยใช้วิธีการเร่ขายผลไม้บังหน้าเพื่อดูลาดเลาบ้านเป้าหมาย ก่อนย้อนกลับมาก่อเหตุ ตำรวจยึดของกลางได้นับพันรายการ/ และมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ถึง 65 คดี ติดตามจากรายงานของคุณอรวรรณ รัตนเดชา

ตำรวจ สภ.คอหงส์ รวบตัว นายมารุต กิจสงวน อายุ 40 ปี และนางสาวภาสิตา กิจสงวน อายุ 26 ปี สองสามีภรรยา ที่ร่วมกันก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลา พร้อมยึดของกลางได้นับพันรายการ ตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงทรัพย์สินมีค่า จากการสืบสวนพบว่าพวกเขาเริ่มก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา โดยมีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้มากถึง 65 คดี

พวกเขายอมรับว่าก่อเหตุจริง โดยอ้างว่ามีอาชีพขายผลไม้แต่หลังเจอพิษโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง จึงเริ่มหันมาก่อเหตุดังกล่าว ขณะก่อเหตุจะใช้เพียงค้อนและท่อนเหล็กหรือไขควงในการงัดแงะประตูเข้าไป และกวาดทรัพย์สินทุกอย่างที่สามารถใส่ในกระเป๋าสะพายได้

นายนิพัทน์ ทองคำ อายุ 43 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เขาถูกผู้ต้องหาขโมยทรัพย์สินไปหลายรายการ ทั้งโน๊ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ แม้กระทั่งกระปุกออมสิน รวมมูลค่ากว่า 40,000 บาท นอกจากนี้ยังมีข้าวของที่ประเมินมูลค่าไม่ได้อีกหลายรายการ ซึ่งเป็นของสะสมที่เก็บไว้นานหลายสิบปี ทั้งธนบัตรโบราณ เครื่องข้าวของโบราณ รวมถึงพระเครื่องจำนวนมาก

นางสาวณัฐวดี สิงห์หนู อายุ 25 ปี ผู้เสียหายอีกราย เธอ บอกว่า คนร้ายกวาดเอาทั้งทรัพย์มีค่าไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ แม้กระทั่งกรรไกรตัดเล็บคนร้ายยังหยิบไปไม่เหลือ มูลค่าความเสียหายของเธอเกือบ 20,000 บาท

ตำรวจ บอกว่า จากการสืบสวนพฤติการณ์ก่อเหตุของสามีภรรยาคู่นี้จะขี่รถขายผลไม้บังหน้า ตระเวนไปทั่วพื้นที่จังหวัดสงขลา แต่ที่จริงแล้ว นี่คือการดูเป้าหมายไปเรื่อย ๆ เมื่อพบว่าที่ใดง่ายต่อการก่อเหตุก็จะย้อนกลับมาอีกครั้งแล้วลงมือ จากนั้นเว้นระยะไปอีก 7 วัน ก็จะก่อเหตุกับเป้าหมายใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ยากต่อการติดตามตัว แต่สุดท้ายไม่รอด

ตำรวจแจ้งข้อหาสองสามีภรรยาคู่นี้ฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม ก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหากผู้เสียหายรายใดตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหาสองคนนี้ก็สามารถเข้ามาดูของกลาง รวมถึงแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้