สนามข่าว 7 สี

กล้าลองกล้าลุย : เตาเศรษฐกิจ เตาประหยัดพลังงาน จ.สุพรรณบุรี

กล้าลองกล้าลุย วันนี้ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถ้าพูดเตาเตาอั้งโล่ หลายคนคงพอจะรู้จัก เพราะก่อนหน้านี้ คุณต้นกล้า เคยไปเจาะลึกวิธีการทำโดยละเอียดมาแล้ว วันนี้จะพาไปดูขั้นตอนการผลิตเตา ที่ถือว่าเป็นเตาประหยัดพลังงาน ไร้ควัน ไร้มลพิษ ที่เรียกกันว่า "เตาเศรษฐกิจ" กันบ้าง ทั้งหน้าตา และวิธีการทำจะขนาดไหน ไปติดตามชมพร้อมกันใน กล้าลองกล้าลุย

นี่คือ เตาอั้งโล่ เตาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน หน้าตาของเตาอั้งโล่ เราอาจจะคุ้นเคยกันดี เพราะทุกภาค ทุกจังหวัด ยังคงนิยมใช้ แถมยังมีรูปแบบของเตาที่คล้ายกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมเองได้เคยพามาเกาะติด ดูเบื้องหลังขั้นตอนการทำอย่างละเอียด ที่จังหวัดอุบลราชธานี มาแล้ว

การถ่ายทำครั้งนั้น เรียกว่าเลอะ และเละใช้ได้ จากเตาอั้งโล่ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน ที่กลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านมานักต่อนักแล้ว มีเตาอีกแบบ ที่เราอยากให้ทุกท่านได้เห็นหน้าตาของเตาชนิดนี้ก่อน

ทุกคนเรียกเตาชนิดนี้ว่า "เตาเศรษฐกิจ" เป็นเตาหุงต้มที่มีรูปทรงแปลกตา ไม่ค่อยคุ้น หรือเผลอ ๆ อาจจะไม่เคยได้ใช้งานกัน แต่คุณสมบัติของเตาเศรษฐกิจนั้นไม่ธรรมดา วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกถึงวิธีการทำกัน อย่างที่ร้านจินตนา เตาเศรษฐกิจ ของ พี่ปู นงคราญ แจ้งโพธิ์ ในบ้านดอนแจง ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่นี่ผลิตเตาเศรษฐกิจขายมาหลายสิบปี

ดินที่ผ่านการแช่น้ำเอาไว้ 3-5 วัน จนเปื่อยยุ่ยแล้ว ก็จะนำจอบมาสับดินให้ละเอียดอีกที พร้อมกับนำขี้เถ้าแกลบมาโรยด้านบน เป็นส่วนผสมหลักอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ เป็นงานที่ต้องจ้างคนทำโดยเฉพาะ เนื่องจากส่วนผสมแต่ละอย่างต้องกะให้ดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จากนั้นก็จะโกยส่วนผสมทั้งดินและขี้เถ้าแกลบไปไว้อีกจุด

หลังจากนี้ก็จะต้องย่ำให้ทั้ง 2 ส่วนเข้ากันดี และดินละเอียดมากที่สุด เอาเศษหิน เศษไม้ออกให้หมด เมื่อเนื้อดินละเอียด เนียนดีแล้ว ขั้นตอนสำคัญก็คือ จะใช้ปูนซีเมนต์โรยหน้า และย่ำให้เข้ากันอีกที จนกว่าจะผสมเป็นเนื้อเดียวกัน พี่ลำไย งามวิลัย คนรับจ้างขึ้นรูปเตา บอกกับเราว่า ให้ระวังปูนซีเมนต์กัดเท้าตอนที่เราย่ำแบบนี้ ที่สำคัญขั้นตอนนี้ต้องรีบทำ เพราะปูนจะแห้งไวมาก

วันนี้แดดร้อนใช้ได้ ทำไปก็เหงื่อแตกไป แถมยังร้อนเท้าจากปูนที่เราลงไปเหยียบย่ำอีกด้วย จากนั้นก็จะนำมาอัดใส่ลงไปในแบบให้แน่นที่สุด ทิ้งไว้จนได้เวลาที่เหมาะสม ถึงจะเริ่มถอดออกอีกที เป็นขั้นตอนที่ต้องใจเย็น ค่อย ๆ ทำ เพราะถ้าใส่ดินไม่แน่น หรือไม่เต็มแบบเตา เตาที่ได้ก็จะออกมาไม่สวย

เตาที่แกะออกมาจากแบบแล้ว ก็จะต้องเสียบเหล็ก และตกแต่งข้างในให้สวยงาม นำไปตากแดดต่อจนแห้งสนิท ซึ่งพี่ปูบอกว่า ต้องเก็บไว้ประมาณหนึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนกว่า โดยสังเกตว่าลักษณะเตามีสีขาว ถึงจะนำมาตกแต่งต่อ ซึ่งขั้นตอนของการแต่งเตาแบบนี้ จะจ้างคนมาแต่งโดยเฉพาะ

การตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมต้องใช้ความชำนาญ และความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคนที่รับจ้างตกแต่งเตา ต่างบอกว่า การตัดเพื่อนำมาประกอบ และตอกลงไปบนเตาในแต่ละจุด ถ้าประมาทอาจได้แผลที่ค่อนข้างลึก เพราะแผ่นอะลูมิเนียมมีความคมมาก เตาหนึ่งอันจะใช้เวลาในการตกแต่งที่นานหน่อย

ดูแล้วสวยงาม สะอาดสะอ้าน น่าใช้มากขึ้น สุดท้ายถึงแต่งขอบด้านใน และส่วนที่จะใช้วางหม้อกระทะให้มีได้ขนาดพอดีอีกที ฉาบผิวด้วยขี้เถ้าแกลบเพื่อความสวยงาม นี่แหละ หน้าตาของเตาเศรษฐกิจที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นเตาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ พี่ปูบอกว่า เตาเศรษฐกิจสามารถใช้ทั้งแกลบ ขี้เถ้า หรือฟืน เป็นเชื้อเพลิงได้หมด เป็นเตาที่ให้ความร้อนได้ดีกว่าเตาอั้งโล่ทั่วไป ที่สำคัญไม่มีเรื่องของควันรบกวน

ราคาของเตาเศรษฐกิจมีหลายแบบ แบ่งเป็นขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ราคาจะเริ่มต้นที่ 350 บาทขึ้นไป จนถึง 5,000 บาท แวะไปอุดหนุนกันได้ ที่สำคัญใช้งานได้นาน 3-5 ปี