ข่าวในพระราชสำนัก

องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนและผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานความมั่นคง พร้อมติดตามการดำเนินงานโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ จังหวัดน่าน

ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 324 บ้านผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ เชิญถุงพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ณ ฐานปฏิบัติการบ้านห้วยเลา อำเภอนาน้อย, ฐานปฏิบัติการบ้านน้ำปูน และฐานปฏิบัติการบ้านสว่าง อำเภอแม่จริม รวมทั้ง หน่วยกรมทหารพรานที่ 32 ฐานแสงเพ็ญ อำเภอภูเพียง รวม 90 ถุง เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชายแดน รักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ

จากนั้น เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านสบขุ่น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสบขุ่น อำเภอท่าวังผา เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในโครงการฯ รวมทั้งโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านสะจุก-สะเกี้ยง และโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,300 ถุง พร้อมมอบเสื้อกันหนาวแก่เด็ก เพื่อบรรเทาความหนาวและความเดือดร้อน
 
โอกาสนี้ ได้ร่วมหารือเรื่องต่าง ๆ อาทิ การพิจารณาจัดสร้างฝาย และพื้นที่การทำนาขั้นบันไดให้สอดคล้องเหมาะสมกัน, การพัฒนาให้ผลผลิตกาแฟสามารถจำหน่ายได้ราคาดี โดยองคมนตรียังเน้นย้ำให้ประชาชนร่วมกันรักษาป่า เพื่อรักษาแหล่งน้ำ ทั้งนี้ โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสบขุ่น จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ราษฎรบ้านสบขุ่น และบ้านดอยติ้ว เข้าไปเรียนรู้ทำการเกษตรที่สูงอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ที่ผ่านมาได้อนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์ และฟื้นฟูบำรุงรักษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำที่เคยเสื่อมโทรม รวมพื้นที่ 10,620 ไร่ รวมทั้ง จัดทำระบบพัฒนาน้ำเพื่อการเกษตร, ตั้งกลุ่มอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายในครัวเรือน อาทิ กลุ่มอาชีพผู้ปลูกป่าสร้างรายได้ มีผลผลิตกาแฟ ซึ่งภาคเอกชนรับซื้อผลผลิต และส่งเสริมการทำระบบวนเกษตรบนพื้นที่สูงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำกลับคืนความสมบูรณ์ ชุมชนมีแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี และมีผลผลิตสร้างรายได้ โดยเฉพาะ ต๋าว ซึ่งสร้างรายได้ประมาณ 2,400,000 บาท ในปี 2562

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด