เช้านี้ที่หมอชิต

สามีโหด กรีดแขน-ขาภรรยา ใช้กรรไกรแทงหัว เย็บกว่า 300 เข็ม

เช้านี้ที่หมอชิต - หญิงอายุ 32 ปี ถูกสามีโหดใช้คัตเตอร์กรีดแขนขาเป็นแผลเหวอะ และใช้กรรไกรแทงศีรษะ บาดเจ็บสาหัส เย็บกว่า 300 เข็ม แถมยังขู่ฆ่า โดยสามีถูกตำรวจจับทันที แต่ต่อมาได้รับการประกันตัว จึงเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงอายุ 32 ปี ลูกจ้างร้านถ่ายเอกสารแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ถูกสามีอายุ 31 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ทั้งใช้คัตเตอร์กรีดแขนและขา ก่อนจะใช้กรรไกรแทงศีรษะต้องเย็บกว่า 300 เข็ม

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุพลเมืองดีเข้าห้ามปรามและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่สามียังขู่อาฆาตว่า "จะฆ่าให้ตาย"

ขณะที่ตำรวจเดินทางไปที่เกิดเหตุ จับตัวสามีดำเนินคดี ข้อหาพยายามฆ่า พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ต่อมาผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ผู้บาดเจ็บเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

เธอเล่าว่า อยู่กินกับสามีมาประมาณ 10 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 8 ขวบ อาศัยอยู่ด้วยกันในห้องพักของร้านถ่ายเอกสาร โดยสามีมีพฤติกรรมเสพกัญชามาโดยตลอด และมีอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว เมื่อโมโหจะทำร้ายตบตีเธอเป็นประจำ ยิ่งช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ยิ่งมีปัญหากันหนักขึ้น จนสุดท้ายทนไม่ไหวแยกออกมาอยู่ข้างนอก เพื่อลดการทะเลาะเบาะแว้งเพราะสงสารลูก ทำให้สามีไม่พอใจตามไปหาเรื่องทุกที่ ข่มขู่จะเอาปืนมายิง ส่งข้อความแช็ตขู่ฆ่าหลายครั้ง

วันเกิดเหตุ 7 มกราคม สามีเข้ามาหาที่ทำงาน ทำทีจะมาขอเจรจาเรื่องลูก แต่จังหวะที่เธอเผลอ สามีก็ใช้คัตเตอร์ที่เตรียมมากรีดหน้าขาข้างซ้ายและแขนจนเป็นแผลเหวอะหวะ เพื่อนร่วมงานเข้ามาช่วย แต่สามีไม่ยอมหยุด จากนั้นเธอวิ่งหนีออกจากร้านแต่สะดุดล้มลง สามีตามมาทันคว้ากรรไกรจากร้านขายหมูปิ้งที่อยู่ใกล้ ๆ มาแทงที่ศีรษะจนเลือดท่วม

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ระบุว่า คดีนี้น่าเป็นห่วงทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะถูกทำร้ายอย่างหนัก และยังต้องมากลัวความไม่ปลอดภัยอีก จึงได้หารือกับผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี ขอให้ดูแลความปลอดภัย และเร่งดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยทางมูลนิธิฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ให้คุ้มครองพยานให้ได้รับความปลอดภัย

ด้าน ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า ได้กำชับพนักงานสอบสวนเร่งสรุปสำนวนเพื่อส่งอัยการสั่งฟ้อง พร้อมสั่งให้ฝ่ายสืบสวนนำตัวผู้ต้องหามาทำประวัติ ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และคาดโทษไม่ให้ไปคุกคามผู้เสียหาย