สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เคนมผง ยังคร่าชีวิตคนเสพไม่หยุด

ยังพบผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกิดจากการเสพยาเคนมผงอีกหลายรายทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ความคืบหน้าการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต 7 ศพ ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ตำรวจก็เตรียมออกหมายจับผู้ร่วมและผู้ขายยาเสพติดเพิ่ม ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

เจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยตำรวจ สน.โชคชัย เข้าตรวจสอบห้องพักอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในซอยลาดพร้าววังหิน ซอย 7 แยก 5 เขตลาดพร้าว เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ หลังได้รับแจ้งเหตุมีผู้ป่วยหมดสติอาการสาหัสอยู่ภายในห้อง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็พบว่า นายพารวย ฉวีวรรณ และ นางสาวปรีดาภรณ์ โพธิ์แก้ว เสียชีวิตแล้ว เหลือเพียง นางสาวสุวรรณี อินไทร ที่อาการไม่สู้ดี เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้การช่วยเหลือรีบนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที

จากการสอบถามผู้ดูแลอะพาร์ตเมนต์ ก็บอกว่า นายพารวย กับ นางสาวสุวรรณี เป็นสามีภรรยากัน ทั้งสองทำอาชีพขายอาหาร มาเช่าห้องพักอาศัยเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายยอมรับว่าไม่รู้จัก และไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องเสพยาเสพติดหรือไม่ ขณะที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ แม้จะยังไม่สรุปว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการเสพยาเสพติดหรือไม่ แต่ก็ระบุว่าเกี่ยวข้องกับสารพิษบางอย่าง ขณะที่ข้อมูลการสืบสวนพบว่าที่ห้องพักดังกล่าว มีการมั่วสุมเสพยามาตั้งแต่คืนวันที่ 12 มกราคม ซึ่งนอกจาก 3 คนในที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ร่วมวงเสพยาเสพติด 1 คน ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนอีกคนตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามหาตัวมาสอบสวน เพื่อคลี่คลายปมสงสัย

กรณีการมั่วสุมเสพยาเสพติดเคนมผง และพบว่าเสียชีวิต ไม่ได้จำกัดวงแค่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็พบผู้เสียชีวิตอีกราย ที่นอนล้มอยู่กับพื้นในห้องซักผ้าชั้นล่างของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิตบอกว่าน่าจะเกิดจากการเสพเคตามีนเมื่อคืนวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา

ส่วนญาติผู้เสียชีวิตจากกรณีการเสพเคนมผงรายที่ 7 ในพื้นที่ย่านคลองเตย เมื่อวานนี้ก็ไปติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งมารดาผู้เสียชีวิตบอกว่า ก่อนจะเสียชีวิตลูกชายมาล้มฟุบอยู่บริเวณหน้าปากซอยบ้านหลังกลับจากไปสังสรรค์กับเพื่อน ขณะพาตัวกลับเข้าบ้านลูกชายยังไม่เสียชีวิต แต่มีอาการคล้ายคนดื่มสุรา กระทั่งช่วงบ่ายจะไปปลุกให้ตื่นก็พบตัวเย็นและไม่หายใจแล้ว จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็เสียชีวิต ขณะที่ผลตรวจแพทย์ยืนยันว่าพบสารเสพติดในร่างกาย

ส่วนความคืบหน้าการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเคนมผง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพื้นที่ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ที่ สน.สุทธิสาร ก่อนเปิดเผยว่า ได้แบ่งการสืบสวนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ต่อเนื่อง สน.สุทธิสาร ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.สายไหม ที่พบผู้ค้านำเคนมผงไปขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ โดยขณะนี้ระบุยังไม่ได้ว่าทั้ง 2 กลุ่ม จะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาครบทุกพื้นที่ก่อน ส่วนการออกหมายจับเพิ่มเติมอยู่ระหว่างรวมรวมพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บุคคลที่ตำรวจเตรียมจะออกหมายจับมีอีก 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ร่วมเสพยาเสพติดกับผู้เสียชีวิตที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 2 คน อีกกลุ่มหนึ่งคือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของหญิงอายุ 19 ปี ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร เช่น ผู้ค้ายาเสพติด หลังตำรวจพบหลักฐานการแชทข้อความสั่งซื้อยาเคตามีนจากผู้ค้ายารายหนึ่ง แต่ผู้ค้ายากลับส่งยาเสพติดตัวใหม่มาให้ โดยเรียกตัวยานี้ว่า "ทะเลทราย" ซึ่งมีฤทธิ์มากกว่าเคนมผง และจากการลำดับเหตุการณ์ยังพบว่า กลางดึกวันที่ 10 มกราคม ผู้เสียชีวิตได้รับยาตัวนี้หลังไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่ย่านพระราม 3 และต่อมาได้นำไปเสพกับเพื่อน ก็พบว่าผู้ที่ร่วมใช้ยาทะเลทราย มีอาการช็อก น้ำลายฟูมปาก ต้องเร่งนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนหญิงอายุ 19 ปี พบว่าเสียชีวิตในกลางดึกวันที่ 11 มกราคม

อย่างไรก็ตามเรื่องการดำเนินคดีในเช้าวันนี้ ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร จะคุมตัวผู้ต้องหา 4 คน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมวงเสพยาเสพติด และผู้จำหน่าย ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เสียชีวิตหลายศพในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังระหว่างการสอบสวนขยายผล