สนามข่าว 7 สี

ล้อมจับคนร้ายลักตัดปาล์มน้ำมัน แต่สะบัดหลุดหนีลอยนวล แต่ตำรวจรู้ชื่อแล้ว

ช่วงนี้ปาล์มน้ำมันมีราคาดี ชาวสวนควรระวัง มีคนร้ายแอบลักตัดปาล์มน้ำมันถึงในสวน เมื่อเจ้าของสวนรู้จึงเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยกันล้อมจับ แต่คนร้ายอาศัยความไวสะบัดหลุดหลบหนีไปได้

ล้อมจับคนร้ายลักตัดปาล์มน้ำมัน แต่สะบัดหลุดหนีลอยนวล จ.นครศรีธรรมราช
เหตุเกิดที่สวนปาล์มน้ำมันของ นางประภัสสร ผาสุก อายุ 58 ปี ชาวบ้านตำบลท่าไร่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เล่าว่ามีชายคนร้ายแอบเข้ามาลักตัดปาล์มน้ำมันในสวน จึงไปบอกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ให้มาช่วยกันล้อมจับตัวไว้ได้ขณะคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกมาจากสวน โดยพบที่พ่วงข้างบรรทุกทะลายปาล์มมาจำนวน 9 ทะลาย รวมน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม

เมื่อเค้นสอบคนร้ายรับสารภาพว่า จะนำปาล์มน้ำมันที่ได้ทั้งหมดไปขาย แต่ระหว่างจับตัวไว้รอส่งตำรวจ ชายคนนี้ดิ้นต่อสู้จนสะบัดตัวหลุดวิ่งหลบหนีไปได้ ชาวบ้านพยายามวิ่งไล่ตามจับตัว แต่ก็ไม่ทัน

จากหลักฐานรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่คนร้ายทิ้งไว้ ตำรวจนำไปตรวจสอบข้อมูลพบชื่อผู้ครอบครอง ก็คือ นายวีระ รังสี อายุ 50 ปี ซึ่งอยู่คนละหมู่บ้านกับผู้เสียหาย เมื่อไปตามตัวมาสอบสวนถึงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุชายอายุ 25 ปี เป็นลูกน้องทำงานในสวนผักของเขาได้มาขอยืมรถ โดยบอกว่าจะนำไปบรรทุกปุ๋ย ก่อนมาทราบอีกทีว่านำรถไปก่อเหตุก็ตกใจอย่างมาก

สำหรับชื่อคนร้ายที่หลบไปได้ ขณะนี้ตำรวจตรวจสอบทราบชื่อนามสกุลแล้วชื่อ นายณรงค์ชัย อายุ 25 ปี อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกหมายจับ

คนร้ายอ้างเพิ่งพ้นโทษ ไม่มีงาน-เงิน ลักรถจักรยานยนต์ จ.สมุทรสงคราม
ตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงคราม จับกุม นายธงธวัช ต่อชีพ อายุ 24 ปี ที่ก่อเหตุคดีลักทรัพย์ โดยตามไปจับกุมได้ที่จังหวัดราชบุรี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ สีขาว จึงควบคุมตัวกลับมาสอบสวนดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา หญิงอายุ 33 ปี เข้าแจ้งความว่ารถจักรยานยนต์ที่เธอจอดเสียบกุญแจคาไว้ที่หน้าร้านอาหารตามสั่งร้านแห่งหนึ่ง อยู่แถวปากซอยบางจะเกร็ง 3 ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเข้ม นุ่งกางเกงขายาว เดินมาที่ร้านแล้วฉวยจังหวะที่เธอเผลอ นั่งคร่อมรถของเธอขี่หลบหนีไป หลังเกิดเหตุตำรวจตามสืบไม่นาน จนไปพบหลักฐานกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้าย ก็คือ นายธงธวัช ขี่รถมุ่งหน้าไปทางจังหวัดราชบุรี จึงสืบสวนต่อไปจนทราบว่าเขานำรถไปฝากไว้ที่บ้านญาติ ในตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จากนั้นตำรวจจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม จนไปเจอตัวขณะย้อนกลับมาเอารถที่ฝากไว้ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงบุกเข้าควบคุมตัวได้

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเพิ่งพ้นโทษในคดีลักทรัพย์มาได้ไม่ถึงปี แต่ไม่มีงานทำ แถมยังติดยาเสพติดอีกด้วย เลยตัดสินใจก่อเหตุ ทั้งที่เคยต้องโทษถูกจำคุกมาแล้วก็ยังไม่เข็ด ตำรวจจึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ส่งตัวดำเนินคดี ต้องกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกรอบ