สนามข่าว 7 สี

ฉาววงการสีกากี สิบเวรข่มขืนผู้ต้องขังคาโรงพักบ่อผุด รับสารภาพบางส่วน

เกิดเรื่องฉาววงการสีกากี หลังเกิดเหตุดาบตำรวจผู้บังคับหมู่งานสืบสวนปฏิบัติหน้าที่สิบเวร ล่วงละเมิดทางเพศผู้ต้องขังซึ่งเป็นหญิงชาวเมียนมาจนสำเร็จความใคร่บนโรงพัก

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ดาบตำรวจผู้บังคับหมู่งานสืบสวนปฏิบัติหน้าที่สิบเวรประจำ สภ.บ่อผุด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องหา ได้นำตัวหญิงอายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องขังรอผลักดัน ซึ่งถูกควบคุมอยู่ที่ห้องควบคุม ออกจากห้องควบคุมแล้วพาไปที่ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายจราจร ก่อนจะบังคับล่วงละเมิดทางเพศกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นก็นำตัวหญิงอายุ 21 ปี ไปควบคุมไว้ตามเดิม

หลังเกิดเหตุ หญิงอายุ 21 ปี ผู้เสียหาย ได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ญาติที่มาเยี่ยมฟัง ก่อนจะนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งต่อผู้กำกับการ สภ.บ่อผุด เพื่อเอาผิดและดำเนินคดีกับตำรวจคนดังกล่าว ซึ่งทางสารวัตรสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดีกับดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ ในข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, เป็นเจ้าพนักงานมีตำแหน่งหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ที่ต้องขังตามอำนาจเจ้าพนักงานสอบสวน หรือ ของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นอยู่ในระหว่างคุมขังนั้นหลุดพ้นจากการคุมขังไป และนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย พร้อมนำตัวผู้เสียหายส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ในส่วนของการดำเนินการทางวินัยนั้น ได้มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ดาบตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

จากการสอบสวนปากคำ ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพในบางส่วน แต่ทางพนักงานสอบสวนก็มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีพยานหลักฐานว่ามีพฤติกรรมนำผู้ต้องขังออกจากห้องควบคุม อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา จึงจะสามารถให้ปากคำหรือไม่ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนก็ได้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดย พลตำรวจตรี สาธิต พลพินิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหา แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนก็ตาม