รอบรั้วเอเชีย

ยกเลิกเทศกาลน้ำแข็งและหิมะเมืองฮาร์บิน

นครฮาร์บิน เมืองที่ตั้งอยู่ในมณฑลเฮย์หลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ทำให้ได้รับอิทธิพลจากพายุหิมะ ที่พัดพาเอาความหนาวเย็นมาให้ตลอดทั้งปี ซึ่งในบางเดือนก็มีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิลดลงถึงติดลบ 30 องศาเซลเซียส จนทั้งเมืองกลายสภาพเป็นเมืองหิมะ และแม้จะอยู่ในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่เพียง 20 องศาเซลเซียสเท่านั้น ทั้งนี้ เมืองฮาร์บิน ยังได้รับสมญานามว่าเป็นไข่มุกบนคอหงส์ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของมณฑลเฮย์หลงเจียง มีรูปร่างคล้ายหงส์ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และเทศกาลต่าง ๆ

โดยเทศกาลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากที่สุด ซึ่งแต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึงหลายล้านคน คือ เทศกาลแสดงนิทรรศการและศิลปะการแกะสลักน้ำแข็งระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 5 มกราคม ที่เกาะพระอาทิตย์ หรือ เกาะไท่หยางเต่า บนพื้นที่กว่า 600,000 ตารางเมตร โดยเทศกาลนี้จะมีนักแกะสลักน้ำแข็งจากทั่วโลกมารวมตัวกัน เพื่อแสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้อย่างสวยงามมากกว่า 2,000 ชิ้น โดยน้ำแข็งที่นำมาใช้ถูกนำมาจากแม่น้ำซงฮัว ที่เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็งนั่นเอง แต่จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ปีนี้ ทางผู้จัดงานต้องประกาศยกเลิกจัดเทศกาลดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของเมืองอย่างมหาศาล รวมไปถึงไกด์นำเที่ยว อีกหลายร้อยคน ที่ต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก โดยคณะผู้จัดงาน และชาวเมืองฮาร์บิน ยังคงมองโลกในแง่ดี และให้กำลังใจว่า เราทุกคนจะก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปด้วยกัน ซึ่งหากในอนาคตสามารถควบคุมโรคได้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฮาร์บิน ก็พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในขณะนี้ ทำให้ทางการจีนออกมาร้องขอให้ประชาชนให้งดเว้นการเดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะมีชาวจีน เดินทางกลับบ้านเกิดเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงที่โรคระบาดนี้จะกลับมารุนแรงอีกครั้ง

เรียกได้ว่า โรคโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศ ไปจนถึงเศรษฐกิจโลก แม้จะเริ่มมีความหวังจากวัคซีนของบริษัทต่าง ๆ ที่ทยอยออกมา และเริ่มฉีดให้กับประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกแล้วก็ตาม