สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

รายงานพิเศษ : รวบเอเยนต์ เคนมผง ทำหญิงอายุ 19 ปี เสียชีวิต

การเสียชีวิตของผู้ที่เสพเคนมผงในพื้นที่ต่างๆ ผ่านมาถึงวันนี้เกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ตำรวจพบความเชื่อมโยงชัดเจนขึ้นตามลำดับ หลังทยอยจับกุมผู้ต้องหาที่จำหน่ายยาเสพติดในแต่ละพื้นที่ นำไปสอบสวนขยายผล จนพบความเชื่อมโยงเกี่ยวพันชัดเจนขึ้นตามลำดับ

โดยผู้ต้องหารายล่าสุดที่จับกุมได้ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร เป็นชายอายุ 19 ปี ที่จำหน่าย "เคนมผง" ให้กับหญิงสาวเสิร์ฟ อายุ 19 ปี ผู้เสียชีวิต แล้วบอกว่าเป็น "เคทะเลทราย" ที่มีฤทธิ์แรงกว่า หลังชุดสืบสวนไปพบตัวในชุมชนปู่เอี่ยม ย่านพระราม 3 พร้อมของกลาง เคนมผง ที่เหลือจากการจำหน่ายจำนวนหนึ่ง โดยรับว่าได้รับยาตัวนี้มาจาก นายวัชระ เชียงฉิน หรือ “โบ้” 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร

ส่วนการสืบสวนเชื่อมโยงไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดที่ลักลอบจำหน่ายเคนมผง ตำรวจไปพบว่าเชื่อมโยงกับแก๊งรถซิ่ง "มิคาโดะ" ที่เคยมีความเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติดในหลายพื้นที่ เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยเมื่อปี 2550 ตำรวจ สน.โชคชัย ได้กดดันจับกุมแก๊งดังกล่าว จนย้ายไปอยู่ในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ก่อนจะย้ายต่อไปในพื้นที่ สน.สายไหม เคยมีพฤติกรรมชื่นชอบการแข่งรถยนต์บนถนนสาธารณะ และค้ายาเสพติด

ซึ่งหลังจากที่เริ่มคนมีการพูดถึงแก๊งมิคาโดะมากขึ้น ทำให้มีคนนำเรื่องนี้ไปสอบถามผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่มีคำว่า มิคาโดะ ในชื่อบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตอบปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการซื้อขายยาเสพติด หรือรู้จักกับคนที่มีชื่อถูกพาดพิงจากการนำเสนอข่าว

และเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ก็มีอีกคนที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเคนมผง เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.สายไหม เพื่อขอแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ที่ถูกพาดพิง คือ นายมนัส นุตตะโยธิน หรือ “บังมีน” ซึ่งเป็นพ่อของนายฮัท หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ สภ.คูคต ที่ถูกพาดพิงว่า เป็นคนรู้สูตรผสมเคนมผง และเกี่ยวข้องกับแก๊งรถซิ่งมิคาโดะ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด หรือรู้สูตรผสมตามที่เป็นข่าว ตนเองมีอาชีพจำหน่ายอะไหล่แต่งรถจักรยานยนต์ ไม่ได้เป็นสมาชิกแก๊งมิคาโดะ แต่ยอมรับว่ารู้จักกับคนในแก๊งนี้ เพราะเคยแข่งรถกันในสนามแข่งคลอง 5 จังหวัดปทุมธานี ส่วนที่มาแจ้งความกลางดึก เพราะเห็นว่าการนำเสนอข่าวนี้ กำลังทำให้ตนเองเดือดร้อนถูกสังคมเข้าใจผิด

ทั้งนี้ นายมนัส ยืนยันว่า พร้อมให้ตำรวจตรวจสอบ หากสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ซึ่งเบื้องต้น ตำรวจก็รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ให้เป็นหลักฐาน