เช้านี้ที่หมอชิต

นักข่าวถูก 'ลุงพล' ทำร้ายแจ้งความแล้ว ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้ากรณี ลุงพล แย่งไมค์และบีบคอนักข่าว ขณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจสอบหาที่มาของไม้มะค่าแต้ ที่อยู่ข้างบ้านของลุงพล ล่าสุด นักข่าวคนดังกล่าวเข้าแจ้งความแล้ว ชี้เป็นการคุกคามสื่อ ยืนยันเอาเรื่องถึงที่สุด 

นี่คือภาพเหตุการณ์ชุลมุน ขณะ นายไชยพล วิภา หรือ ลุงพล พยายามแย่งไมค์นักข่าวช่องหนึ่ง พร้อมผลักอกและบีบคอ ขณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร นำหนังสือร้องเรียนจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานเครือข่ายชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าตรวจสอบไม้ที่อยู่ในศาลตะเคียนโสรภีข้างบ้านลุงพล

จากนั้นยูทูบเบอร์ที่ติดตามลุงพลได้มาดึงตัวออกไป แต่หลังจากนั้นไม่นาน ลุงพลก็กลับมาจุดเดิมอีก พยายามแย่งโทรศัพท์มือถือจากนักข่าวอีกช่อง พร้อมกับตะโกนว่ามีสื่อช่องไหนบ้างที่ขออนุญาตก่อนจะถ่ายรูปตัวเขา

หลังจากนั้น ลุงพลได้เชิญเจ้าหน้าที่ป่าไม้, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และ ตชด. เข้าไปพูดคุยในบ้านนานประมาณ 30 นาที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพ

นายพรภิรม อุระแสง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบไม้ท่อนที่ศาลตะเคียนโสรภีข้างบ้านลุงพล พบเป็นไม้มะค่าแต้ หรือชื่อทางการไม้มะค่าหนาม ไม่ใช่ไม้ตะเคียน ตอนนี้อยู่ระหว่างให้ลุงพลนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงถึงที่มาของไม้ท่อนนี้ เพราะไม้มะค่าแต้จัดอยู่ในกลุ่มไม้หวงห้าม การครอบครองจะต้องเป็นไม้ที่ได้มาจากที่ดินกรรมสิทธิ์

เบื้องต้น ลุงพล ชี้แจงว่าไม้ท่อนนี้มาจากบนภูเขา ไหลลงมาตามน้ำแล้วมาติดคลองข้างบ้าน จึงตัดหัวท้ายและเห็นเนื้อไม้สีเหลือง จึงเข้าใจว่าเป็นไม้ตะเคียน เลยนำขึ้นมาให้คนกราบไหว้บูชา ตั้งเป็นศาลแม่ตะเคียนโสรภี ซึ่งถ้าเป็นลักษณะนี้ก็อาจเข้าข่ายครอบครองโดยผิดกฎหมาย เพราะนำไม้หวงห้ามขึ้นมาตั้งเป็นศาล ถือว่ามีเจตนาครอบครอง ส่วนจะเป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาข้อกฎหมาย และตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความหรือไม่

ขณะที่นักข่าวคู่กรณีที่ถูกลุงพลทำร้าย เผยว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เพราะขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่เขากำลังทำหน้าที่สื่อมวลชน และตอนนั้นยังไม่ได้มีการสัมภาษณ์หรือสอบถามข้อมูลใด ๆ จากลุงพล แต่จู่ ๆ ลุงพลก็มาดึงไมค์จากมือ พร้อมถามว่า "นี่ช่องไหน ๆ" แต่เขาไม่ได้ตอบ ทำให้ลุงพลยิ่งเกิดอาการโมโห ก่อนใช้มือทุบหลัง 2 ครั้ง แล้วผลักไหล่ ตอนนั้นพยายามร้องบอกว่า อย่าทำร้ายผม ๆ แต่ลุงพลก็ไม่ฟัง พร้อมยังปรี่เข้ามาใช้มือพยายามบีบคอ และกระชากหน้ากากอนามัยออกด้วย

นักข่าวรายนี้ยังเผยอีกว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่การหยอกล้อกันแน่นอน เพราะขณะที่ลุงพลเข้ามาทำร้ายร่างกาย สังเกตเห็นได้ว่ามีการกัดฟันเข้ามาด้วยท่าทีที่ขึงขัง น้ำเสียงดุดัน และที่ชัดเจนจากภาพที่ถูกนำเสนอออกไปจะเห็นได้ว่าเขาพยายามพูดตลอดว่าอย่าเข้ามาทำร้าย จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.กกตูม เพราะรู้สึกกังวลในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากเชื่อว่าอาจจะถูกคุกคามในลักษณะอื่นอีก
 
นักข่าวคนนี้ยังบอกอีกว่า เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มสื่อมวลชนที่มาเกาะติดคดีน้องชมพู่อยู่เป็นระยะ และมีความคุ้นเคยกับลุงพล ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ และไม่คาดคิดว่าลุงพลจะกล้าทำ ยืนยันไม่ขอไกล่เกลี่ย และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร ก็ได้นำเอกสารบันทึกตรวจยึดไม้ เข้าแจ้งความเอาผิดกับนายไชยพล ฐานครอบครองไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และอยู่ระหว่างการพิจารณากรณีความผิดเกี่ยวกับการเคลื่อยย้ายไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต ว่าการกระทำของลุงพล ที่ไปเจอไม้ท่อนแล้วนำขึ้นมาครอบครองไว้นั้น เข้าข่ายความผิดนี้ด้วยหรือไม่ หากพบก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมด้วย