7 สีช่วยชาวบ้าน

ณัฐชนน Love เลย : เว้นระยะห่างทางสังคม ลดเสี่ยง ลดโรค

แม้ว่าคำแนะนำสำหรับการทำ Social Distancing หรือ "การเว้นระยะห่างทางสังคม" ที่ถูกต้อง ซึ่งวิธีการได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการยับยั้งการระบาดของโรคให้ทุเลาลง เพียงแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเราทุกคน ติดตามใน ณัฐชนน Love เลย

แม้ว่าจะมีการระบาดรอบใหม่ของเชื้อโควิด-19 แต่มาตรการ Social Distancing หรือ "การเว้นระยะห่างทางสังคม" รวมถึงลดการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะ งดจัดกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก และการทำงานอยู่ที่บ้าน ยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่ถูกนำมาใช้ หวังลดการแพร่เชื้อโควิด-19 รอบใหม่

ทั้งใน ระดับบุคคล ที่เน้นยึดหลัก 3 ล "ลด เลี่ยง ดูแล" เว้นระยะห่างจากผู้อื่น 1-2 เมตร, ระดับชุมชน ยกเลิกกิจกรรมที่ต้องรวมคนจำนวนมาก และ ระดับองค์กร ใช้มาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน หรือ Work From Home แทน

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำการเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนที่มีอาการไอหรือจามนั้น ควรรักษาความห่างอย่างน้อย 1 เมตร เพราะไวรัสนั้นสามารถติดต่อได้ผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอหรือจามได้ หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายภาพ หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน หรือการใช้ขนส่งสาธารณะ การ Work From Home ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่เชื้อ ลดความแออัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งเป็นที่ที่มีโอกาสสูงในการติดเชื้อ

สอดคล้องกับกรมอนามัย ที่ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง กลุ่มผู้สูงอายุ หรือในเด็ก 0-5 ขวบ ที่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ส่วนการระบาดรอบใหม่ที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นความสำคัญว่า การเว้นระยะห่างสามารถยับยั้งการแพร่เชื้อได้จริง หลายหน่วยงานจึงออกมาตรการอื่น ๆ มารองรับ โดยเฉพาะการปรับตัวของประชาชนในการทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น ให้กระชับเวลาในการประกอบพิธีกรรม เลี่ยงการใช้พรม ผู้ที่ป่วยงดเข้าศาสนสถาน เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการต่าง ๆ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะตัวเราเองที่ต้องคอยป้องกันตัวเอง และมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม และถึงแม้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ก็ควรทำควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ และสวมหน้ากากอนามัยร่วมด้วย