สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบคนร้ายสวมเสื้อกันหนาวควงปืนชิงทอง 119 เส้น

ตำรวจโชว์ฝีมือตามจับโจรเสื้อกันหนาว อายุ 64 ปี ควงอาวุธปืนบุกเดี่ยว ชิงทองในห้างโลตัส นครราชสีมา หลังหนีกบดานในจังหวัดอุบลราชธานี จับกุมได้พร้อมของกลางอาวุธปืน และทองคำจำนวนหนึ่ง รับสารภาพหาเงินใช้หนี้ หลังตกงานเพราะพิษโควิด-19 ติดตามจากรายงานของคุณ ศิรัณพร มูลอุทก

หลังคนร้ายบุกเดี่ยวควงอาวุธปืน จี้ชิงทองที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างเทสโก้โลตัส สาขาย่อยอำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา กลางดึกคืนวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยพฤติการณ์คนร้ายสวมกางเกงขายาวสีแดง เสื้อกันหนาวสีเขียวอ่อน สวมถุงมือ หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ควงอาวุธปืนไม่ทราบขนาด บุกเข้าไปชิงทอง ขณะพนักงานเตรียมตัวปิดร้าน กวาดสร้อยคอทองคำไปได้จำนวน 119 เส้น น้ำหนักรวม 73 บาท มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนี

สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนสูงอายุ เพราะการกระโดดขึ้นลงเคาน์เตอร์ค่อนข้างช้า ไม่กระฉับกระเฉง อีกทั้งใบหน้ามีถุงใต้ตา ประกอบกับนำคลิปที่พลเมืองดีถ่ายไว้มาดู จึงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่น่าจะใช่วัยรุ่น

จากเบาะแสพบว่า 2 วันก่อนเกิดเหตุ มีชายสูงอายุไปซื้อปืนปลอมจากร้านแห่งหนึ่งในตำบลจอหอ อำเภอเมือง ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา จึงระดมทีมไล่ล่า ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี จากนั้นนำกำลังไปตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร พบหลักฐานรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ ทะเบียน คทจ780 นครราชสีมา และเสื้อผ้าที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

ตรวจสอบพบคนร้ายใช้รถยนต์ส่วนตัว หลบหนีไปหาเพื่อนสนิทในจังหวัดอุบลราชธานี จึงประสานตำรวจพื้นที่เข้าทำการจับกุม นายคุณสอบ ดอกแก้วกลาง อายุ 63 ปี เบื้องต้นรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองตามที่ปรากฏในคลิปจริง ตรวจค้นในรถเก๋งทะเบียน กธ1072 ระยอง พบของกลางสร้อยคอทองคำ ถูกมัดรวมในถุงพลาสติก ซุกไว้ในรถ พร้อมปืนอัดลมของเล่นที่ใช้ก่อเหตุ 

จากนั้น ตำรวจนำของกลางทั้งหมด และคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำอย่างละเอียดที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พบว่าแรงจูงใจมาจากที่ผู้ต้องหาต้องการหาเงินไปใช้จ่าย หลังตกงานจากพิษโควิด-19 จึงวางแผนจัดหาอาวุธปืนปลอม และดูลาดเลาในที่เกิดเหตุเพียง 3 วัน ก่อนตัดสินใจลงมือ ส่วนที่เลือกหลบหนีไปที่จังหวัดอุบลราชธานี เพราะเคยทำงานที่นั่น จึงคิดว่าจะรอดพ้นการจับกุม 

ถือเป็นการโชว์ฝีมือของตำรวจไทย ที่ใช้เวลาเพียงข้ามคืน ในการหาหลักฐานและเบาะแส จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาโจรสวมเสื้อกันหนาว กางเกงขายาวสีแดงเอาไว้ได้ และยังสามารถติดตามของกลาง สร้อยคอทองคำกลับคืนมาได้ทั้งหมด