เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : เปิดข้อมูลธุรกิจอาหารเสริมกาละแมร์ 1 ปี 7 คดี กำไร 14.8 ล้านบาท

นี่เป็นคลิปวิดีโอแรกที่ทำให้อาหารเสริมของพิธีกรสาวชื่อดัง “กาละแมร์” พัชรศรี เบญจมาศ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างหนัก หลังมีการปล่อยโฆษณาสินค้า โดยเธออ้างว่าเพียงแค่รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ก็ทำให้กรอบหน้าชัด เหนียงหาย หน้ายกกระชับ หนังตาที่เคยตกก็กลายเป็นตาสองชั้น ริ้วรอยหาย ร่องแก้มตื้นขึ้น จมูกเข้ารูป

จนหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าน่าจะเป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ขณะที่ชาวเน็ตบางส่วนก็ตั้งข้อสังเกตว่าจริงๆแล้วใบหน้าที่เปลี่ยนไป อาจเพราะก่อนหน้านี้ “กาละแมร์” เพิ่งรีวิวคลินิกเสริมความงามมา

ไม่เท่านั้นยังมีการเผยแพร่อีกคลิปรีวิว ที่กาละแมร์นั่งคุยกับนักร้องสาวซานิ โดยอ้างว่าเพื่อนเป็นมะเร็งระยะที่ 3 แต่กินอาหารเสริมของเธอเข้าไป ก็ทำให้ค่ามะเร็งลดลง
นอกจากนั้นยังมีเรื่องของโรคซึมเศร้า ไมเกรน อัลไซเมอร์ และโรคอื่นๆ

และที่กลายเป็นประเด็นร้อนอย่างหนัก คือคลิปอิงกระแสการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในขณะที่นักวิจัยทั่วโลกยังคงต้องเดินหน้าทดสอบวัคซีนโรคโควิด-19 “กาละแมร์” ใช้การโฆษณาอาหารเสริม ในลักษณะอ้างผลรีวิว ชี้ไปว่ามีฤทธิ์ป้องกันโรคโควิด-19 และมีกรณีตัวอย่าง เป็นลูกค้าในจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย

แม้ทันทีที่เป็นกระแส คณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย.จะออกมารับลูก ส่งเรื่องให้ ตำรวจ ปคบ. เอาผิดกาละแมร์ ในเรื่องการอวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เกินจริง แต่เรื่องนี้ก็ยังคงถูกสังเกต โดยเฉพาะเรื่องการเอาผิดกับสินค้าที่โฆษณาลักษณะนี้ที่อาจเบาไปหรือไม่ เพราะว่าก่อนหน้านี้ พิธีกรสาวก็เคยถูกดำเนินคดีมาแล้วถึง 7 ครั้ง

บริษัท พาวเวอร์ชอต จำกัด ผู้ผลิตอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว เพิ่งจดทะเบียนเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2562 แต่ถูก อย.ดำเนินคดี ฐานโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หลอกลวง ให้หลงเชื่อโดยไม่สมควรทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม รวมแล้วถึง 7 คดี

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานว่า มีรายได้ รวมถึง 133 ล้านบาท และมีกำไร 14.8 ล้านบาท จากขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ และสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เท่านั้น

โดยก่อนหน้านี้มีข้อมูลและบทสัมภาษณ์เผยแพร่ ผ่านเว็บไซต์ทางการตลาด ระบุว่าจุดแข็งคือการตลาดออนไลน์ครบวงจร และการขายหรือการโปรโมทที่ใช้ตัวตนของ “กาละแมร์”

อาหารเสริมของพิธีกรชื่อดัง “กาละแมร์” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของสินค้าที่ใช้ความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของบุคคลเป็นจุดเด่นร่วมกับการโฆษณาเกินจริงกอบโกยรายได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งสำหรับเจ้าของผลิตภัณฑ์อาจดูเหมือนจะคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคดีความหรือค่าปรับ

โดยจากกรณีอาหารเสริมกาละแมร์ ที่สังคมหันมาจับตามอง รองเลขาธิการ อย.ยืนยัน จะเอาผิดให้หนักขึ้น เช่นเดียวกับอาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ถั่งเช่า ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำเนินคดีไปแล้ว 58 ราย ขณะนี้ อย.กำลังร่วมกับ กสทช. ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย