เจาะประเด็นข่าวค่ำ

บาดแผลเต็มตัว! หญิงถูกทำร้ายอาการสาหัส ขับรถหนีตายขอความช่วยเหลือจาก รปภ.

กลางดึกที่ผ่านมา (21 ม.ค.) ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำป้อม รปภ. หน้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) ถนนมะขามชุม หมู่ 9 ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ว่ามีคนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส มาขอความช่วยเหลือที่ป้อม รปภ.

เมื่อไปถึงพบรถเก๋งสีบรอนซ์เทาจอดอยู่หน้าป้อม ในสภาพประตูหน้าเปิดอ้าอยู่ บริเวณที่วางเท้าคนขับเต็มไปด้วยเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว

นายปรีชา คำงาม อายุ 59 ปี หัวหน้างานรักษาความปลอดภัยประจำสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 หรือ ทุ่งท่าลาด เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ ได้มีผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี ขับรถเก๋งมาจอดที่หน้าป้อม และตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงรีบออกไปดู ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นลม หรือเจ็บป่วย แต่เมื่อเข้าไปใกล้พบว่า ตามร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเลือด มีแผลถูกแทงเข้าที่ไหล่ขวา แขนขวา ส่วนกลางหลังมีเหล็กขูดชาร์ปปักคาอยู่ เห็นเพียงด้ามของเหล็กขูดชาร์ปโผล่ออกมา ยาวประมาณ 2 นิ้ว และมีบาดแผลถูกปาดที่ลำคอ

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะขับรถมาถึงหน้าป้อมประมาณ 1 กิโลเมตร ได้ชะลอรถและจอดข้างทาง จากนั้นมีคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดใกล้ๆ ซึ่งผู้หญิงก็เปิดประตูรถลงมา ก่อนจะถูกฝ่ายชายทำร้าย โดยมีผู้ชายอีกคนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ไม่นานผู้หญิงที่บาดเจ็บก็วิ่งไปที่รถและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ตำรวจได้เดินทางไปที่โรงพยาบาล พบว่าหญิงคนดังกล่าวอาการสาหัส แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผ่าตัดช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด ตำรวจทราบชื่อผู้บาดเจ็บแล้วคือ นางศกุลตลา ขุนหลำ อายุ 56 ปี อาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการกลาโหม ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นภรรยาของนายทหารประจำกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ ซึ่งสามีของเธอถูกส่งตัวไปช่วยราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ตำรวจสืบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นางศกุลตลาขับรถเก๋งไปทำธุระที่อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอพระพรหม จากนั้นขับรถกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ชะลอความเร็ว ก่อนจอดรถ ซึ่งตำรวจคาดว่านางศกุลตลาน่าจะได้รับโทรศัพท์จากคนร้าย ก่อนจะเปิดประตูรถลงมาพูดคุย จากนั้นถูกคนร้ายเป็นชายสวมชุดกีฬา ใช้มีดแทง ปาดคอ และใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงซ้ำ โดยอาการล่าสุดยังไม่พ้นขีดอันตราย

ขณะที่พนักงานสอบสวนได้เชิญพยาน และผู้เกี่ยวข้อง มาสอบปากคำ พร้อมแบ่งการทำงานเป็น 3 ชุด ชุดแรกทำการสอบสวน, ชุดที่ 2 ไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ส่วนอีกชุด เข้าไปประสานกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 และมณฑลทหารบกที่ 41 เพื่อขอความร่วมมือเข้าไปสืบสวนสอบสวนคดีนี้ในเขตทหาร เบื้องต้นพุ่งปมเหตุมาจากปัญหาในครอบครัว และเรื่องชู้สาว