สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

ตร.รวบสามีภรรยา วิ่งราวทรัพย์

ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านค้าในซอยสุขุมวิท 47 เขตวัฒนา จับภาพหญิงสาวผู้เสียหายรายหนึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือในช่วงคืนวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ระหว่างนั้นได้มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านไปแล้วไปจอดห่างจากจุดที่ผู้เสียหายนั่งอยู่ไม่ไกล จากนั้นหญิงที่ซ้อนท้ายได้ลงจากรถเดินเลียบๆ เคียงๆ มาที่ผู้เสียหายแล้วทำทีเดินผ่านไป ซึ่งผู้เสียหายก็ได้เงยหน้ามองหญิงสาวคนดังกล่าวก่อนจะก้มหน้ากดโทรศัพท์ต่อไปโดยไม่ได้สนใจอะไร  

จากนั้นไม่นานหญิงสาวได้เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งผู้เสียหายก็เงยหน้ามองอีกแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเหมือนเดิม จนกระทั่งหญิงสาวเดินคล้อยหลังไปก่อนจะย่องกลับมาตะครุบแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือของผู้เสียหายแล้ววิ่งหนีไปขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดรถอยู่ โดยก่อนที่รถจักรยานยนต์จะขี่ออกไป ผู้เสียหายก็พยายามยื้อแย่งเอาโทรศัพท์คืนจนตัวผู้เสียหายล้มลงกับพื้นถนนก่อนที่รถจักรยานยนต์จะขี่ออกไป 

หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทองหล่อ เพื่อตามจับคนร้าย จนกระทั่งเมื่อคืนวานนี้ ตำรวจฝ่ายสืบสวนก็ได้ควบคุมตัว นายเทียนชัย คำนึง และ นางสาวปิยากร โกเมศ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ขณะขี่รถจักรยานยนต์ด้วยท่าที่มีพิรุธอยู่ในซอยสุขุมวิท 55 จึงนำตัวมาสอบสวนจนทราบว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุวิ่งราวโทรศัพท์มือถือจากผู้เสียหาย  

โดยนายเทียนชัย อ้างว่าก่อนก่อเหตุได้พาแฟนสาวมาเยี่ยมมารดาที่ซอยเอกมัย 30 และกำลังจะกลับที่พักแต่เกิดหิวข้าวไม่มีเงินจึงก่อเหตุขึ้น โดยโทรศัพท์ที่ได้นำไปขายให้ร้านขายโทรศัพท์ย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ในราคา 1,500 บาท และอ้างว่าเพิ่งก่อเหตุครั้งแรก แต่จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายเทียนชัย ได้พ้นโทษในคดียาเสพติดเมื่อกลางปีที่แล้วและไม่มีอาชีพที่แน่นอน เคยก่อเหตุลักโทรศัพท์มือถือของพี่สาวจนถูกแจ้งความไว้ที่ สน.คลองตัน ส่วนนางสาวปิยากร ก็เคยถูกตำรวจ สน.ตลิ่งชัน จับกุมตัวพร้อมกับแฟนเก่า ขณะนำลูกอายุ 7 ขวบ และ 5 ขวบ ตระเวนลักแบตเตอรี่รถบรรทุก จนถูกจำคุก 6 เดือน  

ส่วนคดีที่ นายวิทยา แก้วอ่อน ที่ก่อเหตุใช้มีดเข้าไปจี้ชิงเงินในร้านสะดวกซื้อ ในซอยโพธิ์แก้ว ย่านบึงกุ่ม ซึ่งตำรวจ สน.ลาดพร้าว ตามจับตัวได้แล้ว ช่วงสายเมื่อวานนี้ ก็ถูกคุมตัวไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านที่ไปก่อเหตุ ซึ่งหลังจากทำแผนฯ เสร็จ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเรื่องที่นายวิทยา อ้างกับพนักงานร้านสะดวกซื้อว่าก่อเหตุไปเพราะมีลูก เรื่องนี้นายวิทยา ได้ส่ายหน้าปฏิเสธและบอกว่าขอโทษ

โดย พันตำรวจเอกรุ่งสกุล บุญกระพือ ผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว ก็เปิดเผยว่าได้สอบถามในเรื่องดังกล่าวแล้วพบว่าไม่ได้เป็นตามที่ผู้ต้องหาอ้าง เป็นเพียงการพูดไป เพื่อให้พนักงานในร้านสะดวกซื้อเห็นใจเท่านั้น โดยหลังจากได้เงินมาแล้วผู้ต้องหาได้นั่งรถแท็กซี่ไปหาแฟนสาวที่หมู่บ้านเคหะบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อที่จะนำเงินที่ก่อเหตุมาได้ไปให้แฟนสาว แต่ก็ไม่ได้พบกัน ผู้ต้องหาจึงนำไปซื้อของใช้ระหว่างกลับมายังที่พัก ก่อนจะถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้