ข่าวภาคค่ำ

รายงานพิเศษ : ยกระดับคุมเข้มชายแดน กั้นแรงงานจากมาเลเซียทะลัก

หน่วยงานความมั่นคงชายแดนใต้ สั่งห้ามใช้เรือในแม่น้ำสุไหงโก-ลก หลังแรงงานจากมาเลเซีย ใช้เป็นช่องทางหนีเข้าเมือง เพื่อหนีโรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดหนัก ทำให้ผู้ต้องหาล้นห้องกักสถานีตำรวจ

หน่วยเฉพาะกิจ กองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ชุดควบคุมป้องกันชายแดน ออกเรือเร็วออกลาดตระเวนในแม่น้ำสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระยะทาง 21 กิโลเมตร ควบคู่ไปกับการเดินเท้าลาดตระเวนของทหาร และฝ่ายปกครอง รวมถึงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตลอดริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก ระยะทางกว่า 91 กิโลเมตร เพื่อสกัดกั้นแรงงานผิดกฎหมาย หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในมาเลเซียเพิ่มสูงวันละ 4,000 คน ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นหลังจากหน่วยข่าวกรอง ยืนยันว่า จากนี้จะมีแรงงานจากมาเลเซียลักลอบเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพราะมาเลเซียกำลังผลักดันแรงงานต่างชาติในระบบกว่า 2.1 ล้านคน เพื่อลดปัญหาคนท้องถิ่นไม่มีงานทำ หลังโควิดระบาด

นี่ทำให้แรงงานชาวลาว เวียดนาม กัมพูชา และจีน รวมถึงแรงงานนอกระบบ ที่เข้าเมืองผิดกฎหมายระส่ำ และไม่น้อยตัดสินใจหลบหนีออกจากมาเลเซีย หวังกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ซึ่งต้องใช้ช่องทางธรรมชาติ ผ่านไทยไปยังภูมิลำเนาเท่านั้น นี่ทำให้ชายแดนภาคใต้เสี่ยงต่อการลักลอบเข้าเมืองสูงขึ้น

ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงออกมาตรการเร่งด่วน ให้ชาวบ้านริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก ยกเรือเล็กมากกว่า 1,000 ลำ ขึ้นจากแม่น้ำทั้งหมด ส่วนเรือใหญ่ให้ถอดเครื่องยนต์ออก ก่อนนำมาจอดรวมกลุ่มในจุดที่กำหนดไว้ และไม่ให้ใช้เรือจากฝั่งไทยแล่นในแม่น้ำสุไหงโก-ลก อย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายเข้ามา

การจับกุมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 86 ครั้ง เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหากว่า 624 คน แต่ปัญหาคือไม่มีระบบ Local Quarantine สำหรับแรงงานต่างชาติ จึงต้องส่งไปแยกขังไว้ตามสถานีตำรวจ 6 แห่ง ทั้งที่ตำรวจภูธรโคกเคียน, แว้ง, ตากใบ, มูโนะ, บูเก๊ะตา และสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ต้องขังเต็มเกือบทุกแห่ง นี่ทำให้เจ้าหน้าที่กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วย จึงอยากให้รัฐฯ เร่งจัดหาสถานที่ เพื่อรองรับกลุ่มแรงงานผิดกฎหมายที่จะทะลักมาหลังจากนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส บอกว่า หากมาตรการที่ดำเนินการอยู่ยังไม่เป็นผล อนาคตอาจต้องล็อกดาวน์ 3 อำเภอชายแดน อย่างอำเภอตากใบ, แว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่ต่อไปด้วย