สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เปิดผังนายหน้าค้าแรงงานข้ามชาติไทย-มาเลเซีย

ฝ่ายความมั่นคง เร่งติดตามกลุ่มนายหน้า เครือข่ายใหญ่ ที่นำพาแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน หนีโควิด-19 ในมาเลเซีย ข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ มายังฝั่งไทย หลังจับกุมแรงงานได้ต่อเนื่อง ลงสนามข่าวนี้กับคุณ เตชะวัฒน์ สุขรักษ์

ปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการนำพาแรงงานหนีโควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนักในมาเลเซีย ข้ามมาฝั่งไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ 12 จุด ในจังหวัดนราธิวาส ยังเข้มข้น ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงจับกุมคนนำพาได้ 15 คน แรงงาน 305 คน จากการจับกุมทั้งหมด 43 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และจีน แต่ละชาติ มีนายหน้าชาติตัวเองอยู่ฝั่งไทย ติดต่อกับนายหน้าชาติฝั่งมาเลเซีย

โดยแรงงานชาวเมียนมา และโรฮีนจา มีนายหน้ากลุ่มแบดุลมาเลด ชาวเมียนมา ที่เคลื่อนไหวในจังหวัดยะลา และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นตัวการใหญ่ นำแรงงานส่งข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดระนอง ซึ่งกลุ่มนี้ยังนำแรงงานชาวเมียนมา และโรฮีนจา ส่งเข้ามาเลเซียด้านอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ด้วย

อีกขบวนการใหญ่ กลุ่มนำพาแรงงานชาวกัมพูชา ตัวการใหญ่ เป็นสองพี่น้องชาวกัมพูชา ชื่อย่อ "โซ" และ "ริส" อยู่ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส มีเครือข่ายทั้งกลุ่มคนนำพาแรงงานจากมาเลเซีย มายังฝั่งไทย รวมทั้งเครือข่ายกลุ่มคนขับเรือข้ามฝาก ข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก และเครือข่ายรถตู้รับจ้างกว่า 20 คัน ที่พร้อมไปส่งแรงงานข้ามชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม นายรอ ชาวจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ที่นำพาแรงงานนั่งเรือข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก ด้านอำเภอตากใบ ล่าสุดกลุ่มนี้นำแรงงานชาวกัมพูชา และเวียดนาม 37 คน ไปซ่อนตัวในรีสอร์ต ที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ก่อนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 มกราคม ซึ่งแรงงานให้การว่าจ่ายค่าจ้างให้นายหน้าล่วงหน้าแล้ว 1,000 ริงกิต หรือประมาณ 7,400 บาท และต้องจ่ายอีก 1,000 ริงกิต หากเดินทางถึงที่หมาย แต่ส่วนใหญ่ขบวนการนี้ แรงงานต้องจ่ายค่านำพา ประมาณ 2,500-3,500 ริงกิตต่อคน หรือ 18,000-30,000 บาทต่อคน

ส่วนคนนำพา 15 คน ที่ฝ่ายความมั่นคงจับกุมนำตัวไปดำเนินคดีแล้ว แต่เครือข่ายที่ยังหลบหนี เจ้าหน้าที่เตรียมใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก เชิญตัวมาซักถาม เพื่อขยายผลสู่ตัวการใหญ่ ซึ่งปฏิบัติการที่เข้มข้น ทำให้ขบวนการนำพาแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายต้องหยุดชะงัก

ความกังวลจุดเสี่ยงที่สะพานปลาปัตตานี หลังแรงงานบางส่วนให้ข้อมูลว่า มีผู้ที่หลบหนีก่อนหน้านี้ และกลุ่มที่ถูกจับกุมได้ พบติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 คน เตรียมเข้าไปทำงานกับนายจ้างอย่างผิดกฎหมาย จึงอาจกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เหมือนตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุด สาธารณสุขปัตตานี เตรียมตรวจเชิงรุกกลุ่มแรงงานอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ขณะนี้ตลอดแนวลำน้ำแม่น้ำสุไหงโก-ลก เต็มไปด้วยกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สกัดแรงงานไม่ให้ข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และยังเพิ่มกำลังทหารพรานอีก 1 กองร้อย 15 ชุดปฏิบัติการ บล็อกตลอดแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย และจุดเสี่ยง เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ส่วนชาวบ้านที่มีเรือก็ร่วมใจกันยกเรือขึ้นบก แสดงความจริงใจไม่ให้บริการแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย