ประเด็นเด็ด 7 สี

รวบหนุ่มขี่รถ จยย.ตระเวนชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ย่านรังสิต อ้างทำโดยไม่รู้ตัว

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจรวบหนุ่มอายุ 25 ปี ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ ตระเวนชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ย่านรังสิต-ปทุมธานี พบก่อเหตุมา 4 ครั้ง แต่อ้างว่าทำไปโดยที่ไม่รู้ตัวเนื่องจากมีอาการทางจิต ติดตามจากรายงานของคุณ ไพจิตร ภานนท์

กล้องวงจรปิดร้านขายของชำ แห่งหนึ่ง พื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี บันทึกภาพขณะชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาซื้อของ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เจ้าของร้านเผลอ ชักมีดปลายแหลมที่พกออกมา ข่มขู่ให้เจ้าของร้านส่งทรัพย์สินให้ และพยายามจะกระชากสร้อยคอทองคำ เจ้าของร้านจึงตะโกนร้องให้คนช่วย จนทำให้คนร้ายตกใจ รีบวิ่งหนี โดยไม่ได้ทรัพย์สินอะไรติดมือไป จากภาพจะเห็นว่าขณะเกิดเหตุมีเด็ก นั่งเล่นอยู่ในร้านอีก 4 คน เคราะห์ดีที่ทั้งหมดปลอดภัย

เจ้าของร้าน บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วง 20.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคนร้ายเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย ถอดรองเท้าก่อนเข้าร้าน เพื่อมาซื้อบุหรี่ จึงไม่ทันเอะใจ ว่าจะเป็นคนร้าย แต่ระหว่างที่เธอหยิบของและหันกลับ คนร้ายก็ชักมีดออกมาก่อเหตุ ด้วยความตกใจเกรงว่าหลาน 4 คน ที่นั่งเล่นอยู่จะไม่ปลอดภัย จึงพยายามตั้งสติตัดสินใจตะโกนร้องให้เพื่อนบ้านช่วยเหลือ โดยก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป เขาหันมาพูดว่า "โชคดีนะที่มีเด็ก"

หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พร้อมตรวจสอบรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ กระทั่งล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับ นายจักรพัฒ บุญลือ หรือ เบน อายุ 25 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ สอบสวนคนร้ายให้การอ้างว่า ตัวเองทำไปโดยที่ไม่รู้ตัว น่าจะเป็นผลจากยารักษาโรคประสาท ที่ตัวเองกินเพื่อรักษาตัวอยู่

จากการตรวจสอบตำรวจยังพบว่า คนร้ายมีพฤติกรรมตระเวนก่อเหตุ โดยใช้มีดบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อมาหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ หมู่บ้านเมืองเอก ได้เงินสด 5,100 บาท วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาหน้ามหาวิทยาลัยรังสิต ได้เงินสด 4,600 บาท วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาข้างวัดเปรมประชากร ได้เงินสด 2,000 บาท และครั้งล่าสุดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านขายของชำ ก่อนถูกจับได้ ทำให้ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การที่คนร้ายอ้างว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว

ขณะนี้ พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างสอบปากคำ เพื่อขยายผลว่าคนร้ายเคยไปก่อเหตุพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ ก่อนจะส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร