รอบรั้วรอบโลก

วัคซีนต้านโควิด-19 ชุดแรก เดินทางถึงญี่ปุ่นแล้ว

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 4 แสนโดส ของบริษัท ไฟเซอร์ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ใกล้กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่นแล้ว เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการด้านสาธารณสุขของญี่ปุ่น ได้พิจารณาตรวจสอบวัคซีนแล้ว พร้อมประกาศไฟเขียวให้ใช้งานวัคซีนได้ โดยทาง นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะเริ่มฉีดให้กับประชาชนตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขราว 1 หมื่นคน ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่น คาดหวังว่าจะได้รับวัคซีนมากเพียงพอสำหรับประชากรทั้งหมดภายในกลางปีนี้ เพื่อเร่งฉีดให้ทัน ก่อนการแข่งขันโตเกียว โอลิมปิก เกมส์ จะเริ่มต้นขึ้น ในวันที่ 23 กรกฎาคม

ขณะที่ นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ แถลงเตรียมฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท ไฟเซอร์ ให้แก่ประชาชนราว 5 ล้านคน ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการณ์เดิมที่ตั้งเอาไว้ในช่วงปลายเดือนนี้ และเตรียมผ่อนปรนมาตรการความเข้มงวดบริเวณพรมแดน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

ด้าน ฮังการี กลายเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่ประกาศใช้วัคซีนต้านโควิด-19 สปุตนิก-วี ของรัสเซีย หลังได้รับวัคซีนจำนวน 2,800 โดส และเริ่มฉีดให้กับเจ้าหน้าที่การแพทย์ไปแล้วบางส่วน พร้อมเปิดเผยว่า ฮังการี จะได้รับวัคซีนเพิ่มอีก 2 แสนโดส ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งทางการได้สั่งซื้อวัคซีนสปุตนิก-วี เพื่อฉีดให้กับประชาชนราว 1 ล้านคน ขณะเดียวกัน จะได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม ของจีน จำนวน 5 แสนโดสในสัปดาห์หน้า และฉีดให้กับประชาชนราว 2.5 ล้านคนคน ทั้งนี้ ฮังการี มีผู้ป่วยติดเชื้อราว 380,000 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมดราว 9.7 ล้านคน

ขณะที่ นายทีดรอส อั๊ดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ออกมาเปิดเผยว่า ทางองค์การอนามัยโลกจะเผยแพร่รายงานสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการค้นหาต้นกำเนิดของการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 จากทีมผู้เชี่ยวชาญที่เดินทางไปยังประเทศจีน ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ได้ระบุว่าแม้ภารกิจครั้งนี้จะยังไม่ค้นพบคำตอบเพื่อไขปริศนาทั้งหมด แต่ว่าได้รับข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเชื้อไวรัสมากยิ่งขึ้น

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด พุ่งสูงกว่า 108 ล้านคน เสียชีวิตอีกกว่า 2.3 ล้านคน โดย สหรัฐอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งถึง 28 ล้านคนแล้ว ตามด้วยอินเดีย และบราซิล ขณะที่ สหราชอาณาจักร กลายเป็นประเทศที่ 5 ของโลก ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 4 ล้านคน