ห้องข่าวภาคเที่ยง

คอลัมน์หมายเลข 7 : ดัชนีทุจริตไทย พุ่ง เสียหายมากกว่าภาพลักษณ์

คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้มาเจาะลึกเกี่ยวกับค่า CPI หรือดัชนีการรับรู้การทุจริตไทย ที่แม้คะแนนเท่าเดิม แต่อันดับร่วงลงไปอยู่ที่ 104 จาก 180 ประเทศ มีนัยยะอะไร ติดตามจากคุณสมโภชน์ โตรักษา

ท่านผู้ชมอาจคิดว่า ค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตไทย หรือค่า CPI คะแนนจะดีขึ้นหรือลดลง ไม่มีผลอะไรกับปากท้องประชาชน แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายมากกว่าเรื่องภาพลักษณ์บ้านเมือง เพราะสะท้อนว่าปัญหาทุจริต ยังกัดกร่อนเป็นมะเร็งร้ายส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจไทย กระทบแค่ไหน ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

ทั้งรัฐบาล และ ป.ป.ช.ต่างก็ออกมาประสานเสียง ชี้แจงในทิศทางเดียวกันถึงความถดถอย ที่อันดับ CPI ไทย ร่วงลงไปอยู่อันดับ 104 โดยชี้ชวนให้ดูที่คะแนนว่า เราได้เท่าเดิมมา 3 ปีซ้อน อยู่ที่ 36 คะแนน เท่ากับเสมอตัว ทำให้มีความเป็นห่วงว่า หากรัฐบาลมองข้อมูลแบบเข้าข้างตัวเอง จะยิ่งทำให้ปัญหาทุจริตไม่ได้รับการแก้ไข ตอกย้ำรัฐบาลมีแต่นโยบายปราบโกง แต่ไร้การปฏิบัติ

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เสาะหาข้อมูลผ่านการสอบถามปัญหาทุจริต จากภาคธุรกิจและนักบริหารภายในประเทศนั้น ๆ ผลลัพธ์ที่ฉุดคะแนนไทยให้ต่ำลง คือ ปัญหาการให้สินบน การบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสที่เป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ผลสำรวจของ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ก็ระบุว่า การทุจริตคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคอันดับ 1 ต่อการลงทุนของไทย

มีคำแนะนำจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เสนอว่าต้องสนับสนุนเงินทุน ทรัพยากรที่เพียงพอ การทำสัญญาต้องเปิดเผย โปร่งใส ปกป้องประชาธิปไตยและพื้นที่ของพลเมือง ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เพื่อร่วมตรวจสอบ ซึ่งหากทำได้ อาจช่วยเรียกศรัทธาจากคนที่สิ้นหวังในตัวผู้นำ ให้กลับมามีความเชื่อมั่นได้อีกครั้ง

ที่ผ่านมา เรามักได้ยินคำว่าสามประสานในทางลบ คือ ถ้าเอกชน นักการเมือง ข้าราชการ จับมือกันแสวงหาประโยชน์ จะเกิดการโกงเหนือเมฆแบบไม่ทิ้งร่องรอย ยากจะเอาผิดได้ แต่ยังมีอีกสามประสาน ที่สามารถเพิ่มความสุจริตได้คือ เอกชน ประชาชน และหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีข้อตกลงคุณธรรมที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ทำร่วมกับหน่วยงานรัฐ สามารถประหยัดงบประมาณได้มากถึง 8 หมื่นล้าน ภายใน 5 ปี

แต่มีความกังวลจากเลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ว่ามาตรการนี้กำลังสะดุด เพราะหน่วยงานรัฐไม่ให้ความร่วมมือ จะแก้ไขอย่างไร เป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้นำต้องเร่งขันน็อต เพื่อพิสูจน์ว่าธรรมาภิบาลไม่ได้มีแค่คำพูด

มีการประมาณการว่า ในแต่ละปีประเทศของเราสูญเสียงบประมาณไปกับการกินสินบาทคาดสินบน ไปจนถึงการกินอิฐ หิน ดิน ทราย เมกะโพรเจกต์ หลักแสนล้านบาทเลยทีเดียว ทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ

ตอนหน้าเราจะไปตรวจการบ้าน ปฏิรูประบบตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม เดินหน้าได้แค่ไหน จะหยุดการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง เป่าสำนวนจนคนผิดลอยนวลได้หรือไม่ ติดตามในคอลัมน์หมายเลข 7 ห้องข่าวภาคเที่ยง พรุ่งนี้