ห้องข่าวภาคเที่ยง

คอลัมน์หมายเลข 7 : ส่อง 5 องค์กรอิสระใต้รัฐธรรมนูญ 60

วันนี้ เราไปติดตามการทำงานของ 5 องค์กรอิสระ ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ และปัดเป่าความทุกข์ให้ประชาชน ติดตามจาก คอลัมน์หมายเลข 7

วันนี้เราตรวจการบ้าน องค์กรอิสระที่เลือกโดยสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีที่มาจาก คสช. เกือบ 7 ปีที่ผ่านมา กรรมการในองค์กรอิสระเหล่านี้ ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

จากผังโครงสร้างองค์กรอิสระนี้ จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 องค์กร มีจุดร่วมเหมือนกัน คือ มีที่มาจากการเลือกของสมาชิกวุฒิสภา มีวาระ 7 ปี และอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้วาระเดียวเท่านั้น สิ่งที่ต่างออกไป คือ จำนวน มีตั้งแต่ 3 คน, 7 คน และ 9 คน ที่ถูกวิจารณ์หนักในเชิงสัญลักษณ์เชื่อมกับอำนาจที่คนมีสีมาแรง คือ มีนายพลถึง 3 คน เป็นประธานองค์กรอิสระ แต่ผู้เกี่ยวข้องก็ยืนยัน การทำงานยึดหลัก สุจริต กล้าหาญ เพื่อประโยชน์ประชาชน

ผลการปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช. ดูเหมือนจะโดนวิจารณ์หนักสุด เพราะมีหลายคดีพ้นความผิดแบบค้านสายตาคนดู หนักสุดคงหนีไม่พ้นกรณี แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ที่นำไปสู่คำศัพท์ทางกฎหมายว่า เป็นการยืมใช้คงรูป ไม่ต้องรายงานทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. เพราะไม่ใช่เงินตรา ทำให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมตรี พ้นมลทินไปแบบมติไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 3 เสียง

แต่ก็มีหลายคดีที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด สส. ในรัฐบาล ส่วนองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ปัดเป่าทุกข์ เสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลและหน่วยงานรัฐแก้ไข เจอปัญหาเดียวกัน คือ เมื่อส่งความเห็นให้หน่วยงานแก้ไข แล้วหน่วยงานเหล่านั้นไม่เห็นด้วย จะเกิดความล่าช้า

สำหรับ กกต. ด่านหน้าประชาธิปไตยกับระบบเลือกตั้งใหม่ ถือว่าจับโกงได้น้อยมาก และยังเป็นที่มาของการถูกฟ้องคดีฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับคำร้องไว้ไต่สวนแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ผลการทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ตลอดเกือบ 7 ปีที่ผ่านมา การปราบโกงของรัฐบาลและการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ ทำหน้าที่เพื่อประชาชนได้ดีแค่ไหน คนไทยในฐานะเจ้าของประเทศไทย คือ ผู้ให้คำตอบนี้