เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รายงานพิเศษ : รมว.ยุติธรรม ขันนอตคดีรถหรู

เจาะประเด็นข่าวค่ำ - ตามติดความคืบหน้าคดีรถหรูกันมาหลายปี ยังพบหลากหลายอุปสรรคที่ทำให้เกิดความล่าช้า เพราะเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน คดีอาญาเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ส่วนคดีแพ่งเป็นภารกิจที่กรมศุลกากรต้องเดินต่อ วันนี้เรามีรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางบูรณาการทางคดีในระดับนโยบายมานำเสนอ จะขันนอตเพื่อเร่งเดินเครื่องอย่างไร ติดตามจากคุณอนันต์ จารุนันทภาคย์

ภาพที่เห็นเกิดขึ้นหลังจากทีมข่าวช่อง 7HD ติดต่อขอสัมภาษณ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินคดีรถหรูเลี่ยงภาษี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกโรงขันนอตทันที ด้วยการเรียก นายมเหศักดิ์ พันธุ์สง่า ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มาสอบถามข้อมูล และความคืบหน้า รวมถึงปัญหา และอุปสรรค

ดีเอสไอเปิดตัวเลขว่า จาก 207 คดี ในมือดีเอสไอ ส่งพนักงานอัยการแล้ว 132 คดี ส่ง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว 1 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 67 โดยในจำนวน 132 คดีที่ส่งให้อัยการ ทางอัยการสั่งฟ้องแล้ว 11 คดี และอยู่ในชั้นศาล 2 คดี 

ส่วนที่อยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งรวมสำนวนที่ ป.ป.ช.ตีกลับด้วย รวม 74 คดี ดีเอสไอยืนยันภายใน 3 เดือน จะส่งพนักงานอัยการล็อตแรก 40 คดี และทยอยส่งจนครบภายใน 30 กันยายน หรือสิ้นปีงบประมาณ

ดีเอสไอให้เหตุผลที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากว่า เกิดจาก 2 ประเด็นหลัก คือ การสืบสอบสวน ต้องแยกสำนวนคดี มีหลักฐาน พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึงหลักฐานการนำเข้าจากกรมศุลกากรเพื่อนำมาตรวจสอบ และการทำงานได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 ด้วยเหมือนกัน

ทั้งนี้ ในระดับนโยบายมีการวางแนวทางดำเนินคดี ภายใต้หลักการไม่ให้กระทบกับผู้ซื้อสุจริต ส่วนการปลดล็อกรถที่อยู่ในคดีให้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้นั้น ต้องรอให้อัยการ หรือศาลสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเกรงจะเสียรูปคดี และผู้ซื้อที่สุจริตต้องคดีความตามไปด้วย เนื่องจากต้องพิสูจน์ความบริสุทธ์ต่ออัยการและศาลว่าได้ซื้อมาโดยสุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยาก จนอาจต้องคดีสำแดงเท็จ หรือฐานรับของโจร หากดำเนินการโดยไม่รอบคอบอาจทำให้ทุกฝ่ายพัวพันคดีกันไปหมด

ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยัน เดินเครื่องทำคดีเต็มที่ แต่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย มีมุมมองที่ต่าง เพราะไม่เห็นความคืบหน้าของคดีจากดีเอสไอ และกรมศุลกากรว่ามีผู้กระทำผิดกี่ราย สามารถทวงคืนภาษีได้หรือไม่ จึงเสนอให้ปฏิรูปวิธีการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิจารณาว่าต้องแก้ไขกฎหมายด้วยหรือไม่

คดีรถหรูเลี่ยงภาษีนี้ ในส่วนคดีอาญามีอายุความ 15 ปี คดีแพ่งที่รอความชัดเจนจากคดีอาญาก็มีอายุความ 10 ปี ยังมีคดีที่จะถึงมือ ป.ป.ช. อีกหลายคดี อายุความของคดีเหล่านี้ได้นับถอยหลังไปมากแล้ว จึงเป็นเรื่องท้าท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งทำสำนวน และส่งแฟ้มคดีภายในปีนี้ เพื่อเริ่มกระบวนการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ และทวงคืนภาษีได้หรือไม่ การกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์

สำหรับเรื่องรถหรู "เรื่องนี้ช่อง 7HD ยังตามอย่างต่อเนื่อง เพราะจนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้เงินจากการเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูคืนแม้แต่บาทเดียว เราจะเกาะติดทุกแง่ทุกมุม เพื่อให้คดีมีความชัดเจน ทวงคืนภาษีกลับคืนสู่แผ่นดิน และให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินเพื่อนำคนกระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป"